Main Menu

ทำความรู้จัก กับ บ้านสไตล์ peranakan ศิลปะแบบเปอรานากัน

peranakan

peranakan เปอรานากัน คำนี้มักไม่คุ้นหู นัก หากไม่ใช่คนที่สนใจประวัติศาสตร์ หรือนักออกแบบ คำนี้ก็ดูแปลกๆ

ผมจะพามารู้จักกับการ ศิลปะการาออกแบบแนวเปอรานากัน นะครับ ศิลปะแบบเปอรานากัน (Peranakan) เป็นศิลปะที่มีเสน่ห์เฉพาะตัว ไม่ได้พบเห็นได้ทั่วไป เป็นรูปแบบที่เกิดจากวัฒนธรรมการผสมผสนา จาก มลายูและจีน เป็นการเอาส่วนดีของ มลายูและจีน มารวมกัน จนกลายเป็นวัฒนาธรรมใหม่เกิดขึ้น

ที่มาที่ไปของวัฒนาธรรมใหม่ ของคำว่า เปอรานากัน บาบ๋า-ย่าหยา (อังกฤษ: Baba-Nyonya, จีน: 峇峇娘惹, พินอิน: Bābā Niángrě, ฮกเกี้ยน: Bā-bā Niû-liá) คือกลุ่มลูกครึ่งมลายู-จีนที่มีวัฒนธรรมผสมผสาน และสร้างวัฒนธรรมแบบใหม่ขึ้นมาโดยเป็นการนำเอาส่วนดีระหว่างจีนกับมลายูมารวมกัน โดยชื่อ “เปอรานากัน” มีความหมายว่า “เกิดที่นี่” (ข้อมูล จากวิกิพิเดีย) ดูมีstory มีความเป็นมา

ในตัวเมืองเก่าภูเก็ต เป็นอีกที่หนึ่งที่มีสถาปัตยกรรมแบบเปอรานากันให้ดูได้ชัดเจน มีการอนุรักษณ์ อารายธรรมเก่าๆไว้ให้คนรุ่นหลัง หรืออีกที่หนึ่งที่มีความเป็นเปอรานากันชัดเจน คือ “คฤหาสน์เปอรานากัน” ตั้งอยู่ที่เมืองปีนัง ประเทศมาเลเซียนั่นเอง ที่นั้นมีการออกแบบอย่างพิถีพิถัน สวยงามไปด้วยการตกแต่งและเฟอร์นิเจอร์สไตล์ เปอรานากัน

บ้านเปอรานากันส่วนใหญ่จะเป็นแบบ Shop house 2 ชั้น (บ้านที่เป็นร้านค้าชั้นล่างและที่พักอาศัยชั้นบน) ส่วนหน้ากว้างของบ้านจะอยู่ที่ประมาณ 5 เมตร ความลึกประมาณ 30 เมตร ภายในบ้านจะแบ่งเป็นส่วนๆ ตามประโยชน์ใช้สอย บ้านแบบเปอรานากันถูกออกแบบมาให้สอดคล้องกับอากาศแบบร้อนชื้นของภูมิภาคที่เป็นที่ตั้งถิ่นพำนัก โดยตรงกลางบ้าน จะเปิดโล่งไม่มีหลังคา

ทำให้มีแสงแดดส่องถึงภายในบ้าน ส่วนใหญ่ทำเป็นลานที่ระบายน้ำได้ และช่องโล่งเพื่อถ่ายเทอากาศ ส่วนภายนอกตกแต่งด้วยหน้าต่างทรงยุโรป บางหลังมีกลิ่นอายของจีนเข้ามาร่วมด้วย ข้างบนบานเปิด บ้างเป็นกระจกธรรมดา บ้างเลียนแบบกระจกสีแบบยุโรป (Stain glass)

นอกจากรูปแบบสถาปัตยกรรมแล้ว เฟอร์นิเจอร์ อุปกรณ์ตกแต่งบ้าน ในแบบ เปอรานากัน สไตล์ ซึ่งเป็นงานหัตถกรรม เรียกกันในยุคสมัยนี้ก็คืองาน Handmade ทำให้ ลวดลายที่เกิดขึ้น เป็นชิ้นงานเฉพาะเจาะจง ไม่ได้เป็นเฟอร์นิเจอร์อุตสาหรรม นี่ไงละครับ จุดเด่นที่น่าหลงไหล ของมักจะมีน้อยชิ้น เรียกได้ว่าถ้าเจอของเก่าแล้วต้องรีดควักเงินจ่าย เพิ่งสะสมกันเลยที่เดียวครับ

หากย้อนเวลาไปเมื่อก่อนที่ผมจะเข้าใจการออกแบบ ผมมักจะโดนใจกับพวกของแต่งบ้าน อารมณ์ออก โคโรเนียลผสมๆจีน ตอนนั้นรู้จักแต่ Shino-protuguese แต่พอมาศึกษาเข้าจริงแล้ว ศิลปะแนวนั้นที่ผมแอบหลงไหล คือ เปอรานากันนั้นเอง

เมื่อเราเอ่ยถึงคำว่า เปอรานากันหรือบ้าบ๋า ย่าหญ๋าหลาย ๆ คนอาจจะเริ่มรู้จักมาจากซีรีส์ The Little Nyonya ที่มาจากสิงคโปร์เมื่อหลายปีที่แล้ว เปอรานากัน เป็นการผสมผสานกันของชนชาวจีนที่อพยพถิ่นฐานไปที่คาบมหาสมุทรมลายู จนเกิดเป็นวัฒนธรรมใหม่ระหว่างชาวจีนและชาวมลายู ส่งผลให้มีการใช้ชีวิตและขนบทําเนียมประเพณีแบบใหม่ที่มีเอกลักษณ์ ซึ่งแสดงออกมาทั้งการแต่งกาย อาหาร เครื่องใช้ ไปจนถึงการแต่งบ้าน ที่ไม่ว่าพวกเขาจะอยู่ที่ไหนก็ไม่เคยลืมรากเหง้า เนื้อหานี้เราจะพาไปชมสไตล์การตกแต่งบ้าน ที่นำเอาลวดลายแบบจีนมาผสมรวมกับงานฝีมือแบบพื้นเมืองมลายู สร้างกลิ่นอายและบรรยากาศแบบไม่เหมือนใคร

สไตล์ เปอรานากัน ผสมผสานอิทธิพลของศิลปะวัฒนธรรมจีนและมาเลย์ที่มีเสน่ห์และแตกต่าง ซึ่งได้รับการพิสูจน์แล้วว่าถึงเวลาจะผ่านไปนานปี สิ่งเหล่านี้ยังคงอยู่และสืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น ตัวอย่างเช่น อพาร์ตเมนต์พื้นที่ใช้สอย 160 ตร.ม. ขนาด 3 ห้องนอน เจ้าของบ้านต้องการความรู้สึกผ่อนคลายและให้มีสัมผัสของสไตล์ เปอรานากัน นักออกแบบจึงรวมองค์ประกอบของความเป็นวัฒนธรรมแบบดั้งเดิมไว้กับแนวคิดใหม่ ๆ

ในการสร้างบ้านให้งดงามและโดดเด่นผ่าน ลวดลายดอกไม้ กระเบื้องลายพื้นเมือง ไม้แกะสลัก และสีสันสด ๆ มารวมกับวัสดุและเส้นสายใหม่ ๆ ที่โมเดิร์นขึ้น

งานแกะสลักและงานฝีมือที่มีลวดลายสวยงามเป็นคุณลักษณะสำคัญของสไตล์ เปอรานากัน การหาของตกแต่งบ้านชิ้นที่ใช่ งานที่เข้ากันได้ดีกับโครงการทั้งหมดมีความสำคัญเป็นอย่างมาก ตัวอย่างเช่น ฉากไม้ที่แกะสลักลวดลายได้อ่อนช้อยสมบูรณ์แบบที่นำมาทำใหม่เป็นประตูตู้เสื้อผ้า กระเบื้องที่กรุรอบอ่างอาบน้ำ พาร์ทิชั่นแก้วลวดลายสะดุดตาในห้องน้ำ

งานนี้ Marc ซึ่งเป็นนักออกแบบห้องนี้กล่าวว่า นอกเหนือจากการจัดหาที่ยากแล้ว ความท้าทายต่อมาคือการผสมผสานทุกอย่างเข้าด้วยกัน ด้วยประสบการณ์อันยาวนาน จึงทำให้การผสมผสานรูปแบบ สี และสัดส่วนบ้านทำได้ไม่ยาก ทำให้ที่นี่กลายเป็นบ้านที่รวมภาพอดีตและปัจจุบันเข้าด้วยกันอย่างแยบยล

ของใช้และของแต่งบ้านหลายรายการหาซื้อได้จากร้านค้าสไตล์เฉพาะในสิงคโปร์และมาเลเซีย ซึ่งเป็นจุดศูนย์รวมของวัฒนธรรมเปอรานากัน ดีไซเนอร์ต้องมองในภาพรวมตั้งแต่แรกว่าจะจัดข้าวของแต่ละชิ้นตรงไหนบ้าง

เพื่อให้เกิดความสมดุลขององค์ประกอบทั้งหมด ผลงานที่เห็นจึงสัมผัสได้ถึงความหรูหราอ้อนช้อย แต่ตัดความรู้สึกด้วยการจัดเฟอร์นิเจอร์ที่เส้นสายสะอาด ให้เส้นตรงนำความแตกต่างที่ทันสมัย ลดความรุ่มรวยของลวดลายและเส้นโค้งอ่อน เห็นได้จาก ตู้ข้าง ๆ พื้นที่รับประทานอาหารที่ออกแบบเป็นเส้นตรง ใช้สีหลัก ๆ คือ สีฟ้า สีเหลือง สีแดง และโคมไฟแขวนสีเขียว 3 ดวง เป็นต้น

 

สถาปนิก 






Related News

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *