Main Menu

รวมหนังคลาสสิก 21 เรื่องจาก Disney สู่จอฟิล์มฉบับคนแสดง

เยอะมากแม่ รวม 10 หนังดิสนีย์ Disney คลาสสิก ที่ถูกนำมาสร้างใหม่ในฉบับคนแสดง บอกเลยมีครบทั้งเรื่องที่เข้าฉายไปแล้วและเรื่องที่กำลังรอคิวเข้าฉาย งานนี้สาวกเจ้าหญิง-เจ้าชาย ได้ดูกันจนตาแฉะแน่นอน

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าดิสนีย์มีผลต่อความทรงจำในวัยเด็กของเรามาก เกือบทุกคนต้องรู้จักเจ้าหญิงดิสนีย์ไม่คนใดก็คนหนึ่งมาก่อน ซึ่งหลังจากที่เสริมสร้างจินตนาการในรูปแบบการ์ตูนมาหลายยุคหลายสมัย ล่าสุดดิสนีย์ก็ได้พัฒนานำเรื่องราวสุดคลาสสิกมาทยอยสร้างเป็นหนังฉบับไลฟ์-แอ็คชั่น (Live-Action) ซึ่งในปัจจุบันก็มีเข้าฉายไปแล้วหลายเรื่อง และยังมีอีกหลายเรื่องที่อยู่ระหว่างการถ่ายทำ ว่าแต่จะมีเรื่องอะไร น่าดูอย่างไร และไฮไลต์เด็ดอยู่ตรงไหนบ้าง

1. Alice in Wonderland (2010) และ Alice Through the Looking Glass (2016)

ดิสนีย์เลือกประเดิมหนังไลฟ์-แอ็คชั่นเรื่องแรกด้วย Alice in Wonderland ในปี 2010 โดยได้ผู้กำกับมากฝีมือ ทิม เบอร์ตัน เป็นคนเนรมิตเรื่องราวจากนิยายแฟนตาซีของลูอิส แคร์รอล และการ์ตูนแอนิเมชั่น Alice in Wonderland (1951) ให้ออกมาสมจริงและกลมกล่อม ซึ่งงานนี้เต็มไปด้วยนักแสดงตัวแม่คับคั่ง ทั้งมีอา วาซิโควสกา (รับบทเป็นอลิซ) แอนน์ แฮททาเวย์ (รับบทเป็นราชินีขาว) และเฮเลน่า บอนแฮม คาร์เตอร์ (รับบทเป็นราชินีแดง) อีกทั้งยังได้ จอห์นนี เดปป์ มารับบทเป็นแมดแฮทเทอร์ด้วย ก็เลยทำให้กระแสปังเว่อร์เกินคาด กวาดรายได้ไปถล่มทลายกว่า 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และทำให้มีหนังดิสนีย์ ไลฟ์-แอ็คชั่น เรื่องอื่นตามมาเพียบ ที่สำคัญคือมีภาคต่อ Alice Through the Looking Glass ออกมาด้วย ทว่าภาคหลังนี้กระแสและรายได้กลับสวนทางกับภาคแรกมากพอสมควรเลยทีเดียว

 

2. Maleficent (2014) และ Maleficent: Mistress of Evil (2019)

Well Well หนังไลฟ์-แอ็คชั่นที่นำเสนอมุมมองของตัวร้ายได้ดีงาม จนเราไม่อยากให้ทุกคนพลาดคงต้องยกให้กับ Maleficent (2014) แม่มดสุดเฉี่ยวที่มาพร้อมกับเขาอันน่ากลัว ซึ่งรับบทโดยคุณแม่แองเจลินา โจลี โดยเรื่องนี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจากแอนิเมชั่นสุดคลาสสิกเรื่อง Sleeping Beauty (1959) ทว่าจะเจาะลึกลงไปถึงต้นกำเนิดของตัวร้ายสุดโด่งดังและนำเสนอถึงความสัมพันธ์อันซับซ้อนกับเจ้าหญิงออโรร่า ที่สวมบทโดยสาวน้อยแอล แฟนนิง ซึ่งก็แน่นอนว่าระดับขุ่นแม่ทั้งที กระแสตอบรับก็ต้องดีมาก กวาดรายได้ทั่วโลกไปราว 758 ล้านดอลลาร์สหรัฐ อีกทั้งยังสร้างภาค 2 เรียบร้อยแล้ว โดยใช้ชื่อว่า Maleficent: Mistress of Evil ซึ่งกำลังเข้าฉายสด ๆ ร้อน ๆ สามารถตีตั๋วรับชมได้วันนี้ทุกโรงภาพยนตร์เลย

 

3. Cinderella (2015)

หลังจากกระแสดีไม่มีตก คราวนี้ก็ถึงเวลาของเจ้าหญิงสุดโด่งดัง เจ้าของสัญลักษณ์รองเท้าแก้วและเวลาเที่ยงคืนซะที โดย Cinderella (2015) สร้างอิงจากตำนานหนังดิสนีย์สุดคลาสสิก Cinderella (1950) ได้ ลิลี่ เจมส์ มารับบทเป็นเจ้าหญิงซินเดอเรลล่า พร้อมด้วย ริชาร์ด แมดเดน หรือ ร็อบบ์ สตาร์ก จาก Game of Thrones มารับบทเป็นเจ้าชายสุดหล่อ เฮเลน่า บอนแฮม คาร์เตอร์ เป็นนางฟ้าแม่ทูนหัว และเคต แบลนเชตต์ เป็นแม่เลี้ยงใจร้าย ส่วนหน้าที่ผู้กำกับตกเป็นของเคนเนธ บรานาห์ และคริส ไวซ์ นั่งแท่นเป็นคนเขียนบท ซึ่งต้องบอกเลยว่าหนังเรื่องนี้ร่ายคาถาใส่คนทั่วโลกได้สำเร็จ จึงรับรายได้ไปเหนาะ ๆ 543.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

 

4. Into the Woods (2014)

เอาใจสาวกคอมเมดี้-แฟนตาซี กับ Into the Woods หนังมิวสิคัลคนแสดงที่ดัดแปลงมาจากละครเพลงสุดคลาสสิกของ สตีเฟ่น ซาวน์เฮม โดยเนื้อหาจะนำนิทานชื่อดังหลายเรื่องมารวมกัน ซึ่งรวมถึงซินเดอเรลล่าและราพันเซล เจ้าหญิงของดิสนีย์ด้วย ทว่าจุดเด่นกลับอยู่ที่แม่มด (รับบทโดย เมอร์รีล สตรีพ) ซึ่งเป็นตัวละครหลัก

เนื่องจากเธอต้องการสอนบทเรียนให้กับตัวละครจากเทพนิยายเรื่องต่าง ๆ กำกับโดย ร็อบ มาร์แชล คับคั่งไปด้วยนักแสดงชื่อดังมากมาย เช่น ลิลล่า ครอว์ฟอร์ด, จอห์นนี เดปป์, เจมส์ คอร์เดน, เอมิลี่ บลันท์, แอนนา เคนดริก, คริส ไพน์ และแมคเคนซี่ เมาซี่ เป็นต้น

 

5. The Jungle Book (2016)

The Jungle Book (2016) ก็เป็นหนังคลาสสิกอีกหนึ่งเรื่องที่ดิสนีย์หยิบมาทำเป็นไลฟ์-แอ็คชั่น โดยเนื้อหาจะพาเราย้อนกลับเข้าป่าเหมือนต้นฉบับ The Jungle Book (1967) เป๊ะ โดยได้ จอน ฟาฟวโร จากไอรอนแมน นั่งแท่นเป็นผู้กำกับ ส่วนดาวเด่นเมาคลี ลูกหมาป่า รับบทโดยหนุ่มน้อย นีล เซธี นอกจากนี้ยังมีนักแสดงแถวหน้าร่วมพากย์เสียงเป็นสัตว์ต่าง ๆ เพียบ ไม่ว่าจะเป็นไอดริส เอลบา, สการ์เล็ตต์ โจแฮนส์สัน, ลูปิต้า นียองโง และเบน คิงส์ลีย์

ทว่าที่น่าสนใจก็คือหนังเรื่องนี้ทำรายได้จากทั่วโลกไปกว่า 882 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ดิสนีย์ก็เลยไฟเขียวให้สร้างภาคต่อได้ พร้อมให้ จอน ฟาฟวโร นั่งแท่นเป็นผู้กำกับเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือคนละเวอร์ชั่นกับที่ แอนดี้ เซอร์คิส กำกับและฉายใน Netflix นะจ๊ะ

 

6. Pete’s Dragon (2016)

จากหนังลูกผสมระหว่างคนแสดงและการ์ตูนใน Pete’s Dragon (1977) สู่หนังไลฟ์-แอ็คชั่นเต็มตัวใน Pete’s Dragon (2016) จึงทำให้เวอร์ชั่นใหม่ล่าสุดนี้มีความสมจริงยิ่งขึ้น เข้มข้นยิ่งกว่า แต่ก็ยังคงความสดใส ไร้พิษสงเอาไว้เหมือนเดิม โดยเนื้อหาเป็นเรื่องราวของ พีท เด็กกำพร้าที่มีเพื่อนสนิทเป็นมังกรตัวเขียวชื่อว่า เอลเลียต ซึ่งจะบอกเล่าในรูปแบบที่ทันสมัย เข้ากับไลฟ์สไตล์ปัจจุบันมากขึ้น

นำแสดงโดย โอ๊คส์ เฟกลีย์ กับบท พีท, ไบร์ซ ดัลลาส โฮวาร์ด กับบทเจ้าหน้าที่ดูแลอุทยาน และโรเบิร์ต เรดฟอร์ด กับบทพ่อของพีท ส่วนผู้กำกับได้ เดวิด โลเวอรี่ มานั่งแท่นคุมบังเหียน ทว่าทำรายได้ไปเพียง 143.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐเท่านั้น

 

 

7. Beauty and the Beast (2017)

สำหรับ Beauty and the Beast (1991) ตำนานหนังคลาสสิกดิสนีย์ เจ้าของตำแหน่งแอนิเมชั่นเรื่องแรกที่ถูกเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์สาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยม ก็ถูกนำรีเมกใหม่ฉบับไลฟ์-แอ็คชั่นเช่นกัน โดย Beauty and the Beast (2017) ได้สาวหน้าเป๊ะ เอ็มม่า วัตสัน มารับบทเป็นโฉมงามเบลล์

ส่วนเจ้าชายอสูรแสดงโดย แดน สตีเวนส์ นอกจากนี้ยังมีนักแสดงชื่อดังอีกเพียบ เช่น ลุค อีแวนส์, เอียน แม็กเคลเลน และยวน แม็คเกรเกอ ส่วนเรื่องกระแสก็ไม่น้อยหน้า เพราะเวอร์ชั่นนี้ติดท็อป 20 หนังที่เปิดตัววันแรกสูงสุด โดยฟาดรายได้เปิดตัวไป 357 ล้านดอลลาร์สหรัฐเลยทีเดียว

 

8. Christopher Robin (2018)

แน่นอนว่าเจ้าหมีสีเหลืองขวัญใจคนทุกเพศ ทุกวัย จากเรื่อง Winnie the Pooh ก็มีหนังไลฟ์-แอ็คชั่นเป็นของตัวเองด้วยเหมือนกัน โดยบทบาทของพูห์ จะได้ จิม คัมมิงส์ กลับมาพากย์เสียงเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือ Christopher Robin (2018) นี้ จะบอกเล่าเรื่องราวในมุมที่โตขึ้น เมื่อตัวเอกอย่าง คริสโตเฟอร์ โรบิน (รับบทโดย ยวน แม็คเกรเกอ) โตเป็นผู้ใหญ่และเผชิญกับปัญหารอบด้าน จนเพื่อนซี้วัยเด็กต้องเข้ามาช่วยทวงคืนความสุขที่หายไป พาย้อนกลับไปสู่ความทรงจำวัยที่งดงามอีกครั้ง ซึ่งต้องบอกเลยว่านี่อาจจะไม่ใช่หนังสำหรับเด็กเสียทีเดียว แต่เรื่องความสัมพันธ์ระหว่างคนกับหมียังกินใจไม่เปลี่ยนแปลง

 

9. Mary Poppins Returns (2018)

หลังจาก จูลี่ แอนดรูว์ส เคยสวมบทบาทเป็นพี่เลี้ยงสาวผู้มีเวทมนตร์ใน Mary Poppins Returns (1964) จนโด่งดัง ดิสนีย์ก็เลยสร้างภาคต่อ Mary Poppins Returns (2018) โดยได้ เอมิลี่ บลันท์ นักแสดงมากฝีมือมาสวมบทเป็นพี่เลี้ยงแทน ส่วนเรื่องราวในภาคนี้จะเกิดขึ้นหลังจากภาคแรกประมาณ 30 ปีได้

เมื่อ แมรี่ ป๊อปปิ้นส์ กลับมาเยี่ยมสองพี่น้อง เจน และไมเคิล แบงค์ส ที่เติบโตจนกลายเป็นผู้ใหญ่ แต่ก็ยังไม่วายต้องช่วยแก้ปัญหาให้กับสองพี่น้องอีกครั้ง ซึ่งตำแหน่งผู้กำกับก็ยังตกเป็นของ ร็อบ มาร์แชล เหมือนเดิม งานนี้เลยมั่นใจได้ว่าสนุกแน่นอน

 

10. Dumbo (2019)

อีกหนึ่งผลงานแฟนตาซีของ ทิม เบอร์ตัน ที่จะพาเราร่วมลุ้นระทึกและเอาใจช่วยไปกับช้างน้อยใน Dumbo (2019) โดยเรื่องราวเหมือนเดิม คือ เกิดขึ้นในคณะละครสัตว์ที่กำลังมีปัญหาทางด้านการเงิน แต่ดันมี ดัมโบ้ ลูกช้างที่มีหูใหญ่ผิดปกติจนเป็นปมด้อยเกิดขึ้นมา เจ้าของก็เลยเรียกอดีตนักแสดง ฮอลต์ ฟาร์ริเออร์ (รับบทโดย โคลิน ฟาร์เรล) และลูก ๆ ให้เข้ามาช่วยดูแล และนั่นก็ทำให้พวกเขารู้ความจริงว่าเจ้าดัมโบ้บินได้

จนทำให้คณะละครสัตว์กลับมามีความหวังอีกครั้ง แต่ก็ยังไม่วายมีปัญหาตามมา เนื่องจากไปเข้าตานักธุรกิจที่กำลังมองหาสัตว์ประหลาดอยู่ บอกเลยเรื่องนี้สนุกครบรส ส่วนรายได้อยู่ที่ 353 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

 

ดูหนังออนไลน์ 






ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *