Main Menu

รีวิวหนัง Rim of the World (2019) ผ่าพิภพสุดขอบโลก ผจญภัยในมิติสยองขวัญ

Rim of the World

รีวิวหนัง Rim of the World (2019) ผ่าพิภพสุดขอบโลก หนังเรื่องนี้เป็น Original Netflix ก็แน่นอนว่าออกทุนสร้างโดยเน็ตฟลิกซ์ ซึ่งดูแล้วเหมือนเน็ตฟลิกซ์ต้องการทดลองถอดสูตรสำเร็จ Stranger Things ของตัวเองจากซีรีส์มาเป็นหนัง โดยการเปลี่ยนเรื่องเล่าจากหนังเด็กผจญภัยในมิติสยองขวัญ กลายเป็นหนังแอ็กชั่นเอเลี่ยนบุกโลกแบบมินิ ID4 แทน ซึ่งก็ไม่เคยมีแนวนี้มาก่อนเหมือนกัน (เท่าที่ผู้เขียนนึกออกนะครับ) ดูจากเทรลเลอร์ก็น่าติดตามมาก เหมือนส่วนผสมแปลกใหม่ที่ลงตัว โดยตัวหนังเปิดเรื่องมาแนะนำตัวละครพอหอมปากหอมคอ ด้วยการที่เด็กตัวเอกทั้ง 4 คน จากคนละที่ นิสัยคนละแบบ มาเข้าค่ายฤดูร้อน ซึ่งทั้ง 4 คนก็เหมือนถอดสูตรคาแร็กเตอร์จาก Stranger Things มาเลย

หนังได้ดารารุ่นเด็กที่โตมาจากสายซีรีส์ทีวีที่น่าสนใจหลายคน โดย บทสำคัญสุดอย่าง อเล็กซ์ เด็กมีปมที่เอาแต่เก็บตัวและสนใจเพียงเรื่องราวของนาซ่าก็ได้ แจ็ก กอร์ จากซีรีส์ The Kids Are Alright มาแสดงได้อย่างน่ารักน่าชังเปี่ยมเสน่ห์ในความอ่อนแอประสบการณ์ชีวิตน้อยกว่าคนอื่น ก็ช่วยให้เราเอาใจช่วยเขาอยู่ไม่น้อย ที่น่าจับตาอีกคนคือ อเลสซิโอ สกาลซอตโต้ ในบท กาเบรียล เด็กมีปัญหาทางบ้าน ความน่าสนใจคือรูปหน้าน้องแกหล่อละม้ายคล้าย ลีโอนาร์โด ดิแคพรีโอ ยิ่งฉากปลดล็อกจักรยานแล้วเสยผมนี่ โห อย่างเหมือนเลย

หนังมีการเล่าเรื่องที่เน้นใส่อุปสรรคเข้ามาตลอดการเดินทางเพื่อทำภารกิจส่งมอบข้อมูลพิกัดยานอวกาศต่างดาวไปให้ผู้มีอำนาจที่อยู่ห่างออกไปกว่า 100 ไมล์ เพื่อป้อนเข้าระบบสั่งการยิงทำลาย และตามสไตล์หนังก้าวผ่านวัยแต่ละตัวละครก็ค่อย ๆ เผยปมของตัวเองออกมา และต่างคนต่างช่วยกันเติมเต็มกันและกันจนเข้มแข็งพอชนะตัวเองด้วยมิตรภาพ ไม่ว่าจะปมเรื่องพ่อของอเล็กซ์ ปมเรื่องความผิดในอดีตของกาเบรียล ปมเรื่องการเกิดเป็นลูกสาวในครอบครัวจีนของเซินเซิ่น และปมที่บ้านรวยจนกลายเป้นคนเห็นแก่ตัวของดาริอุส

เริ่มที่ตัวเอกหลักต้องเนิร์ด รอบรู้เรื่องต่างๆ แต่ขาดการเข้าสังคมจริง (อเล็กซ์) ผู้หญิงคนเดียวของกลุ่มก็เป็นสาวกล้า บู๊ มั่นใจในตัวเอง ซึ่งในเรื่องนี้วางให้เป็นเด็กสาวชาวจีนชื่อ “เซินเซิน” มีตัวตลกประจำกลุ่มเป็นเด็กอ้วนผิวสีชื่อ “แดริอุส” และก็หนุ่มน้อยที่โตกว่าใครเพื่อนสักหน่อย นิสัยห้าวๆ ลุยๆ ชื่อ “เกเบรียล” โดยทั้ง 4 คนกลายเป็นกลุ่มเด็กที่มีกุญแจสำคัญ (ซึ่งเป็นกุญแจจริงๆ ด้วย) ที่จะช่วยให้พลิกชนะเอเลี่ยนที่มาบุกโลกได้

หนังเดินเรื่องด้วยการที่เอเลี่ยนบุกมาแบบไม่ต้องมีที่มาที่ไปจากนอกโลก แล้วก็บุกทั่วโลกพร้อมกัน ซึ่งดูแล้วไม่มีทางชนะได้เลยเพราะวิทยาการของเลี่ยนก็ล้ำกว่าโลกมาก (ตามสูตร) ซึ่งช่วงแรกหนังทำออกมาได้ระทึกน่าติดตามมาก เพราะเป็นฉากไล่ล่าของเอเลี่ยนกับเด็กทั้ง 4 ที่ความโหดของเอเลี่ยนก็ไม่ปราณีเลย มีฉากฆ่าคนสดๆ แม้จะไม่เห็นเลือดสาด แต่ก็สยองขวัญพอตัว แถมการไล่ล่านี้ยังต่อเนื่องไม่หยุด เนื่องจากเอเลี่ยนมีพลังการฟื้นคืนสภาพเซลล์ในร่างกาย แล้วก็ล็อคเป้าหมายหัวเด็กทั้ง 4 ตามล่าเหมือนหุ่นเหล็กเทอมิเนเตอร์ยังไงอย่างนั้นเลย (ผู้กำกับเรื่องนี้ทำคนเหล็กภาค Terminator Salvation มาก่อนด้วย) หนังช่วงแรกดูมีแอ็กชั่นไล่ล่าโหดๆ แต่สนุกน่าติดตามมาก แต่แล้วไม่รู้ทำอีท่าไหน พอเดินเรื่องไปเรื่อยๆ ความสนุก แอ็กชั่นลุ้นๆ แบบตอนแรก ก็ค่อยๆ ลดระดับลงจนกลายเป็นหนังเด็กสุดๆ ผิดฟีลตอนต้นไปเลย

นอกจากปัญหาเผชิญกับเอเลี่ยนแล้ว หนังยังพยายามยัดปมปัญหาส่วนตัวให้ทุกตัวละคร แล้วก็ใช้การผจญภัยแต่ละช่วง มีภารกิจให้แต่ละคนได้เป็นผู้กล้าเผชิญหน้าพร้อมกับแก้ไขปมส่วนตัวที่คั่งค้างไว้ ซึ่งดูก็เหมือนจะดี แต่ด้วยความที่เวลาในหนังสั้นมากแค่ 1 ชั่วโมง 39 นาที ทำให้การยัดปมมาแล้วพยายามเคลียร์ปมต่างๆ ดูลวกๆ ไปหมด แม้แต่การให้เด็กปิ๊งพบรักกันก็ดูง่ายดาย ไม่เข้ากับเหตุการณ์ที่กำลังชี้เป็นชี้ตายโลกมนุษย์เลย สุดท้ายก็ไม่อินแต่อย่างใดในสักเรื่องที่หนังพยายามใส่เข้ามา เชื่อว่าถ้าเรื่องนี้ไปขยายเป็นซีรีส์น่าจะทำได้ดีกว่านี้ และก็มีโอกาสเป็นซีรีส์คู่ขนาน Stranger Things อีกเรื่องเลยก็ได้

แม้การเดินเรื่องจะดูง่ายๆ ไม่เมคเซนส์มากมาย แต่สิ่งที่ทำให้เรื่องนี้ยังเป็นหนังที่ดูเพลินสนุกได้อยู่ก็คือ ความน่ารักของเด็กๆ แต่ละคนที่แสดงได้ดี มีความน่าเอ็นดู กวนๆ ครบเครื่อง รวมถึงการให้เด็กกลุ่มนี้ได้เล่นมุกตลกคำคมที่หยิบมาจากหนังเรื่องอื่นๆ แบบที่คนดูหนังมาเยอะๆ หน่อยน่าจะตามทัน อย่างมุกหมาตัวเดียวของจอนห์วิค มุกเอเลี่ยนวางไข่ในร่างคน มีแอบหยอดมาตลอดเรื่องดูขำเล็กๆ ดีครับ

เอฟเฟ็กต์ในเรื่องแม้ดูหลอกๆ อย่างพวกยานต่างดาว แต่ก็ไม่ได้แย่อะไรมาก ส่วนตัวเอเลี่ยนที่ตั้งใจให้โหดทั้งแหวะ ก็ดูโอเคดีกว่าหนังเกรดบีทั่วไปเยอะ ให้ราวๆ B+ ละกันถ้าประเมิณ แต่ข้อเสียคือ ทั้งเรื่องมีแค่ตัวเดียว กับหมาเอเลี่ยน 2 ตัว ดูสเกลระดับ ID4 แต่มีเอเลี่ยนให้เห็นแค่กระจิ๊ดริด แถมไม่มีเหตุผลอธิบายอะไรไว้ในเรื่องเลยว่ามาบุกโลกทำไมด้วย (แต่ก็แอบมีมุกจิกกัดหนังเอเลี่ยนบุกโลกเรื่องอื่นไปด้วย)

รวมๆ แล้ว Rim of the World ก็ไม่ได้แย่ แต่ก็ไม่ดีมาก แต่ถ้าเด็กเล็กๆ ดูเลยน่าจะชอบพอตัว เพราะตรงกลุ่มเป้าหมายกว่าครับ หนังเหมาะกับดูฆ่าเวลาสั้นๆ เพราะหนังสั้นจริงๆ และก็ไม่ยืดเย้อเลย หนังไปไวเร่งให้จบแบบง่ายๆ ไม่ต้องมีหักมุมอะไรๆ ก็ชิลๆ ไปหมดครับ

จุดเด่น

– มุกจิกกัดหนังเรื่องอื่นเยอะ
– เด็กๆ ในเรื่องน่ารัก
– เอเลี่ยนโหดเอาเรื่อง

จุดด้อย

– หนังตอนแรกผิดกับตอนหลังมากไป
– หนังขาดความสมเหตุผลมากไปหน่อย
– CG ยานรบเอเลี่ยนดูลอยๆ

 

ดูหนังออนไลน์ Rim of the World






ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *