Main Menu

รีวิว Beyond Skyline อสูรท้านรก สงครามระหว่างมนุษย์และเอเลี่ยน

รีวิว Beyond Skyline อสูรท้านรก

รีวิว Beyond Skyline – อสูรท้านรก สงครามระหว่างมนุษย์และเอเลี่ยนครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดได้อุบัติขึ้นแล้วใน “Beyond Skyline อสูรท้านรก” ผลงานแอคชั่นไซไฟบล็อกบัสเตอร์ ซึ่งทันทีหลังจากที่เข้าฉายต่างได้รับเสียงรีวิวการันตีถึงความมันส์เกินคาดจากคอหนังเมืองไทย ทั้งด้านฉากมันส์อลังการของการจู่โจมเหนือฟากฟ้าของผู้รุกรานจากต่างดาว และงานวิชวลเอฟเฟกต์ – ออกแบบดีไซน์เอเลี่ยนที่จัดเต็มความยิ่งใหญ่ได้ตื่นตาตื่นใจสมการรอคอย

เรื่องย่อ

มาร์ค (แฟรงค์ กริลโล) ตำรวจแอลเอชีวิตแหลกเหลวต้องหาทางช่วยเหลือ เทรนต์ (จอนนี่ เวสตัน)จากการเก็บเกี่ยวของเหล่าเอเลี่ยน เขาต้องรวมทีมกับ ออเดรย์ (โบยานา โนวาโควิค) เสือ (อิโก อูไวส์) และ กัญญา (พาเมลีน ฉี) ต่อสู้กับศัตรูจากนอกโลกแม้ไม่มีแต้มต่อใดๆก็ตาม

 

ย้อนกลับไปปี 2010 โลกได้รู้จักกับ Skyline หนังไซไฟฟอร์มเล็กของผู้กำกับพี่น้องสเตร้าส์ ที่คิดใหญ่แม้ทุนน้อยด้วยการถ่ายทำหนังไซไฟเอเลี่ยนบุกโลก โดยมีจุดเด่นคือหากใครมองลำแสงสีฟ้าแล้วจะถูกดูดเข้าไปในยานอวกาศ

คือหนังแอ็คชั่นไซไฟ ที่หน้าหนังออกจะดูอลังการว่าด้วยเอเลี่ยนถล่มโลก แต่เหตุการณ์ส่วนใหญ่เกิดขึ้นบริเวณคอนโดของกลุ่มตัวละครเอกเท่านั้น ผู้ชมหลายคนอาจจะรู้สึกว่านี่คือหนังเกรดบี ตีหัวคนดูเข้าบ้าน

อย่างไรก็ตามถึงแม้ว่าหนังจะมีข่าวภาคต่อออกมาเป็นระยะๆตั้งแต่ปี 2012 แต่มันก็ไม่เคยเกิดขึ้นจนกระทั่งไม่กี่ปีที่ผ่านมา และในที่สุดหนังก็เสร็จเป็นรูปเป็นร่างในปี 2017 ในชื่อ Beyond Skyline

แม้หนังจะมีแผลใหญ่ในการเล่าเรื่อง แต่ด้วยคอนเซปต์เอเลี่ยนที่ค่อนข้างแปลกใหม่ทำให้หนังประสบความสำเร็จในตลาดนอกอเมริกาจนมีโอกาสได้สร้างภาคต่อเป็นหนัง Beyond Skyline เรื่องนี้ที่ได้คนเขียนบทจากภาคที่แล้วอย่าง เลียม โอ ดอนเนล มานั่งแท่นกำกับแล้วดึง อิโก อูไวส์ กับ ยายาน รูเฮียน สองนักบู๊จาก The Raid หนังแอ็คชั่นอินโดนีเซียเรื่องดังมาเป็นจุดขาย

เนื้อเรื่อง

กลับมาสานต่อ Skyline เมื่อปี 2010 โดยเนื้อเรื่องเป็น Timeline เดียวกับที่ฉายไปในภาคแรก แต่คนละสถานที่ คนละตัวละคร ถ้าถามว่าต้องดูภาคแรกมาก่อนมั้ย ก็ต้องบอกว่าไม่ต้อง เพราะในหนังมีการพูดถึงภาคแรกอยู่แค่ 10 วินาทีเท่านั้น (แทบไม่ได้เชื่อมอะไรเท่าไร แต่ถ้าใครดูภาคแรกมา ก็จะสนุกมากขึ้นนะ)

สิ่งที่แตกต่างอย่างเห็นได้อย่างชัดเจนคือดูหนังออนไลน์ คราวนี้ เลียม เลือกเล่าเรื่องให้ขอบเขตกว้างไกลขึ้นจาก Skyline ภาคเดิมที่อยู่แต่ในเมืองคราวนี้หนังแบ่งเรื่องราวตัวเองเป็นสามส่วนคือ อุโมงค์รถไฟใต้ดิน ในยานเอเลี่ยน และชายแดนประเทศลาว ซึ่งเอื้อให้หนังสามารถเล่าเรื่องเอเลี่ยนได้ประหลาดล้ำโลกกว่าเดิม ซึ่งหากเรามองหนังแต่ละส่วนจะพบจุดดีจุดด้อยต่างกันไป

จุดด้อยและจุดเด่น

ในส่วนแรกคือในอุโมงค์รถไฟใต้ดิน ตรงนี้หนังแทบไม่มีอะไรแปลกใหม่แต่มีเพื่อปูความเป็นฮีโร่ของพ่อลูกอย่าง มาร์คและเทรนต์ ที่ช่วยเหลือคนในขบวนรถไฟจากเหล่าเอเลี่ยนจนได้รวมทีมกับ ออเดรย์ และช่วย จ่า (แอนโตนิโอ ฟาร์ก๊าซ) คนตาบอดให้หนีออกจากแอลเอไปด้วยกัน

จุดเด่นเป็นเรื่องราวส่วนนี้คงหนีไม่พ้นการปูดราม่าระหว่างพ่อลูกให้หนักแน่นขึ้นเพิ่มเติมจากฉากเปิดเรื่องที่เราเห็น มาร์คไปประกันตัวเทรนต์ด้วยข้อหาที่หนังไม่ได้เฉลยแต่พอทำให้เราเห็นว่า เทรนต์ ไม่ได้เป็นคนเลวร้ายเพราะเขาพยายามช่วยเหลือคนอื่นๆ

แต่ด้วยบาดแผลสำคัญคือการแสดงของทั้งนักแสดงนำและสมทบที่เข้าขั้นเลวร้ายมากไปหน่อย หนังเลยไม่สามารถทำให้คนดูอินกับตัวละครได้มากพอจะลุ้นกับชะตากรรมของพวกเขาเท่าใดนักทำให้ไม่ว่าเจอเอเลี่ยนหรือถูกยานดูดก็ไม่ได้สร้างความลุ้นระทึกมากเท่าไหร่

ส่วนที่สองในยานเอเลี่ยน ตรงนี้แว่บแรกที่เห็นคือนึกถึงหนัง ID4 (1996) เลย ทั้งดีไซน์ภายในของยานและลักษณะเอเลี่ยน เชื่อว่าผู้กำกับคงอ้างอิงมาเยอะ สำหรับเรื่องราวในส่วนนี้คือการหาทางเอาตัวรอด

โดยเรื่องราวแบ่งสองส่วนแต่เล่าตัดสลับกัน คือเทรนต์ที่พยายามช่วยเหลือ ออเดรย์จากพันธนาการ และ มาร์คที่ได้พบกับ จาร์รอด (โทนี่ แบล็ค) เอเลี่ยนที่หลงเหลือความเป็นมนุษย์เพื่อปกป้อง อีเลน (ซาแมนธา จีนส์) ภรรยาที่ใกล้คลอดเต็มที

ซึ่งจุดนี้เองที่หนังใช้เชื่อมเหตุการณ์จากภาคที่แล้วเพราะทั้งคู่คือตัวละครนำใน Skyline (2010) (ตอนจบ จาร์รอด เป็นเอเลี่ยนเอามือมาจับท้องของอีเลนที่มีลูกของเขาอยู่) ในส่วนนี้หนังทำได้ดีขึ้นจากส่วนแรกในอุโมงค์รถไฟใต้ดิน คือมีฉากแอ็คชั่นที่เข้มข้นขึ้นมีการตัดต่อที่ฉับไวมีดราม่าสะเทือนอารมณ์และนำไปส่วนที่ดีที่สุดในเรื่องคือส่วนที่สาม

และเหตุการณ์ที่ประเทศลาวนี่เองที่เราจะได้พบกับ อิโก อูไวส์ นักบู๊ชาวอินโดนีเซียในบทเสือ และ พาเมลีน ฉี นักแสดงสาวชาวสิงคโปร์ในบท กัญญา โดยทั้งคู่ต้องพูดภาษาลาวทำให้หนังเรื่องนี้ไม่ได้ประหลาดแค่เอเลี่ยนเท่านั้นแต่ยังรวมถึงแนวคิดที่ผู้สร้างเอาชาวต่างชาติมาเล่นเป็นตัวละครชาวลาว

แต่ยังดีที่ทั้งคู่สามารถพูดภาษาลาวได้ค่อนข้างดีแม้มีติดขัดอยู่เล็กน้อยบวกกับลักษณะโครงหน้าแบบชาวเอเซียตะวันออกเฉียงใต้คล้ายกันเลยพอถูไถไปได้ สิ่งที่เว็บดูหนัง โดดเด่นที่สุดในส่วนนี้คงหนีไม่พ้นฉากต่อสู้โชว์ศิลปะป้องกันตัวทั้งจาก อิโก อูไวส์ และ ยายาน รูเฮียน จาก The Raid

และฉากไล่ล่าที่ พาเมลีน ฉี ดูดีมากเวลาแสดงบทบู๊ เชื่อว่าคนดูหนุ่มๆมองเธอเพลินแน่นอนครับ บวกกับโลเคชั่นลุ่มน้ำโขงที่ถ่ายได้สวยงามแปลกตาทำให้เนื้อเรื่ององก์นี้ลงตัวที่สุดพระเอกหน้าเข้ม แฟรงค์ กิลโล่

ผลงานที่โดดเด่นของแฟรงค์ กิลโล่คือบท เควิน โอคอนเนอร์ จอมขโมยซีนจาก Warrior (2011) ก่อนที่เขาจะเป็นที่รู้จักในวงกว้างเมื่อตอนเขารับบทใน The Purge: Anarchy

ตามติดมาด้วย Captain America: Winter Solider ซึ่งสาเหตุที่ต้องเป็นแฟรงค์ในหนังเรื่องนี้ก็เพราะว่าหนังจะมีฉากต่อสู้หฤโหดในนาข้าวที่มีน้ำและโคลนลึก 16 นิ้ว ซึ่งมันเป็นตัวกำหนดโทนการถ่ายทำของเรื่องนี้ว่ามันต้องการความอึดอย่างมาก

ฉากสำคัญในเอเชีย

หนังจะมีฉากที่สามเหลี่ยมทองคำในประเทศลาว สามวันหลังจากเอเลี่ยนรุกราน ซัว (อิโก อูไวส์) ผู้นำของกลุ่มกองกำลังต่อต้านใต้ดินร่วมกับ คานย่า น้องสาวสุดแกร่งของเขา ทั้งคู่เคยเป็นคนส่งยามาก่อนที่ ฮาร์เปอร์ นักวิทยาศาสตร์สมองล้ำจะพากลุ่มผู้รอดชีวิตเข้ามาหลบในเครือข่ายอุโมงค์ใต้ดิน

ทำให้เกิดความขัดแย้งกับพ่อใหญ่ (ยายาน รูเฮียน) หัวหน้าหน่วยทหารที่มักจะสู้กับซัวและคนของเขาอยู่บ่อยๆ ตั้งแต่เอเลี่ยนมาถึงพ่อใหญ่และหน่วยของเขาตั้งตัวเป็นใหญ่ใช้กฎหมายเพื่อประโยชน์ของตัวเอง

ฉากคิวบู้ ศิลปะการต่อสู้แบบเอเชีย

ในหนังภาคนี้ยังได้สองนักแสดงอย่างอิโก และ ยายาน จากหนังเรื่อง The Raid มาร่วมแสดง ซึ่งใครที่เคยได้ดูคงบอกได้เลยว่าหนังเรื่องดังกล่าวดุเดือดและมันส์ไม่แพ้กับหนังอย่างองค์บากเลยทีเดียว

โดยรวม

หากวัดบรรทัดฐานในฐานะหนังไซไฟบล็อกบัสเตอร์ Beyond Skyline ถือว่ามาฟอร์มรองทั้งงบประมาณที่น้อยกว่าหนังฟอร์มใหญ่ทำให้ซีจีหรือเทคนิคพิเศษต่างๆไม่แนบเนียนนัก แต่ถ้าใครชอบหนังบู๊เอามันส์ เอฟเฟกต์ย้อนยุคแบบคนใส่ชุดยางเป็นเอเลี่ยนมาซัดกับคน

 

ดูหนังออนไลน์

 

 






Related News

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *