Main Menu

รีวิว Sex Education Season 2 เพศศึกษา (หลักสูตรเร่งรัก) 2

Sex Education Season

รีวิว Sex Education Season 2 เพศศึกษา (หลักสูตรเร่งรัก) 2  ยอมรับครับว่าตอนดู Sex Education เพศศึกษา ซีซั่นแรก ผมไม่คิดว่ามันจะออกมาสนุกและดีงามขนาดที่ผมให้คะแนน 9.5 เต็มสิบเลย เพราะหน้าหนังมันเหมือนหนังวัยรุ่นหื่นกามทั่วไปครับ แต่ปรากฏว่าเนื้อหาข้างในมันโดนใจจริงๆ ไม่แปลกครับที่ผมจะคาดหวังกับซีซั่นนี้มากถึงมากที่สุด และพอดูจบ 8 Episode ก็ตระหนักเลยครับว่าไม่ผิดหวังเลย หนำซ้ำชอบมากกว่าซีซั่นแรกเสียอีก

ในส่วนของซีซัน 2 เปิดเรื่องด้วยปัญหาความล้าหลังของหลักสูตรวิชาเพศศึกษาที่สอนกันอยู่ในโรงเรียนมัธยมศึกษามัวร์เดล จนนำไปสู่ปัญหาต่าง ๆ ภายในเรื่อง ไม่ว่าจะเป็น กามโรค สุขภาวะทางเพศ เป็นต้น โดยการกระทำต่าง ๆ ของตัวละครภายในเรื่องล้วนสะท้อนให้เห็นว่าการเรียนรู้วิชาเพศศึกษาที่ถูกต้องนั้นเป็นสิ่งที่สำคัญมาก โดยเฉพาะหลักสูตรที่ควรถูกเขียนด้วยความเข้าใจ ไม่ใช่ความเขินอายในเรื่องเพศ

โอทิส มิลเบิร์น (Asa Butterfield) ถึงคราวต้องกลับมาเปิด ‘คลินิก’ อีกครั้ง เมื่อโรคหนองในเทียมเกิดระบาดในโรงเรียน โดยนักเรียนทุกคน ไม่เว้นแม้แต่อาจารย์ ก็ยังต้องการคำแนะนำจากเขา ในขณะที่ธุรกิจเหมือนจะไปได้สวย จีน มิลเบิร์น (Gillian Anderson) แม่ของโอทิสและนักบำบัดเรื่องเซ็กซ์ ก็ได้ก้าวเข้ามาสู่โรงเรียนเพื่อช่วยปรับปรุงหลักสูตรวิชาเพศศึกษาให้ทันสมัยมากขึ้น

หากแต่ว่าหนังไม่ได้มีเนื้อเรื่องแค่นั้น หนังยังมีซัพพล็อตของตัวละครต่างๆ ในเรื่องอีกด้วย เช่น ปัญหาการมีเซ็กส์ของโอทิสกับโอล่า, การรับมือกับการกลับมาของแม่ของเมิร์ฟ, รักสามเส้าของอีริค อดัม และราฮีม, การกลัวมีความสัมพันธ์ของเอมี่, ความพยายามลองสิ่งใหม่ของแจ็คสัน และอีกมากมาย ฟังดูเหมือนประเด็นมันจะกระจัดกระจาย แต่ทว่า ซีซั่นนี้กลับสามารถหลอมประเด็นที่ดูกระจัดกระจายมารวมกันได้อย่างน่าประทับใจ

ที่ต้องชมเลยก็คือคนเขียนบท Laurie Nunn(คนเขียนบทและผู้สร้างซีซั่นแรก) ที่สามารถเขียนเรื่องราวต่างๆ ของตัวละครออกมาได้น่าสนใจและเข้มข้นสุดๆ ไม่ทำของที่ปูมาดีจากซีซั่นแรกเสีย(ดีไม่ดีอาจจะทำได้ยอดเยี่ยมกว่าหลายเท่า) กลับกันเธอสามารถต่อยอดเรื่องราวได้ดีมากๆ เสียด้วย เรื่องราวของตัวละครในซีซั่นนี้ค่อนข้างแข็งแรงและเป็น icon ของซีซั่นนี้เลย เพราะเรื่องราวอย่างที่เกริ่นไปข้างบนว่าเนื้อเรื่องในซีซั่นนี้มันเยอะมาก แต่ว่าเล่าได้พอดิบพอดีและสามารถแบ่ง timeline ในการเล่าได้เท่าเทียมกันในทุกๆ พาร์ทของตัวละคร ทำให้ทุกตัวละครดูเด่นเท่ากัน นี่ขนาดผมดูจบแล้ว ผมยังจำ story ของแต่ละตัวละครได้เหมือนเดิมเลย เพราะเราผูกพันธ์กับพวกเขาไปแล้ว

ในแต่ละ Episode เราจะได้เห็นการเติบโตของแต่ละตัวละครอยู่เรื่อยๆ แต่ว่ามันไม่ได้น่าเบื่อเลย มันน่าติดตามมากๆ เพราะตัวหนังไม่ได้เล่าเรื่องแบบทื่อๆ หรือว่าเล่าไปเรื่อยๆ แต่จะหยอดมุกตลกน่ารักๆเข้ามาอยู่ตลอด ทำให้ในส่วนของดราม่าไม่ดูหนักไป(และก็ไม่เบาไปด้วย) ฉากที่ผมชอบมากที่สุดคงเป็นฉากที่แจ็คสันนั่งคุยกับแม่ที่ริมแม่น้ำ มันเป็นฉากที่น่าจะโดนใจหัวอกคนเป็นแม่ไม่น้อยเลย ขนาดผมที่เป็นผู้ชายดู ผมยังอินเลย ไม่อินได้ยังไงล่ะครับ เขาเขียนบทมาเทพซะขนาดนี้

ในด้านของความโป๊ ซีซั่นนี้ลดทอนลงมาแทบจะเหลือศูนย์เลยครับ(ซีซั่นแรกนี่โป๊แทบจะทุก Episode) สูงสุดก็แค่ตัวละครมีเซ็กส์กัน แต่ก็ไม่มีการเปลือยกายแต่อย่างใด ซึ่งผมว่าเป็นเรื่องดีครับ เพราะผู้ปกครองสามารถชวนลูกๆ มาดูได้ แต่ต้องแนะนำลูกๆ ด้วยนะครับว่าที่เห็นนั้นมันคืออะไร แล้วก็แนะนำลูกๆ ด้วยว่าตัวหนังมันสอนอะไรเราบ้าง ผมว่านี่เป็นกรณีศึกษาของการให้คำแนะนำเรื่องเพศที่ดีเลยนะ

ด้านนักแสดงชุดเก่า ผมคงไม่จำเป็นต้องสาธยายอะไรมากหรอกนะครับ พวกเขาสวมวิญญาณเป็นตัวละครนั้นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ผมขอพูดถึงตัวละครใหม่ละกัน ทั้ง Sami Outalbali, Chinenye Ezeudu, Samantha Spiro หรือว่าตัวละครเก่าแต่ว่าเปิดตัวใหม่เป็นทางการอย่างรูบี้ที่แสดงโดย Mimi Keene ก็ต่างฉายเสน่ห์ให้เราติดตามพวกเขาได้จนไปถึงซีซั่นต่อๆ ไปได้สำเร็จ

ซึ่งแง่มุมในภาคนี้หลากหลายหลากหลายพอสมควร นอกจากความสัมพันธ์ที่ยุ่งเหยิงขึ้นกว่าเดิม จนเหมือนซีรีส์ทิ้งระเบิดใส่คนดูเป็นระยะ ๆ (ถ้าคิดว่าตัวอย่าง Season 2 เฉลยพลอตสำคัญแล้ว ขอบอกเลยว่านั่นแค่น้ำจิ้ม) …แม้ภาพรวมซีรีส์จะไม่ได้ทำให้เข้มข้นจนรู้สึกมีซีนพีค ๆ มากนัก แต่มันออกแนวกลมกล่อม และเข้มข้นกำลังดีมากกว่า คือตัวละครหลายตัวไม่ได้ฟูมฟาย ดราม่า อะไรมาก แต่ดูเป็นคนจริง ๆ ที่มีความเจ็บปวด สูญเสีย หรือ มีความสุขกับทางออกของปัญหาของตัวเองจริง ๆ

หนังนำเสนอประเด็นสิทธิสตรี และ LGBT ได้ยอดเยี่ยม ทำให้ตัวละครหลาย ๆ ตัว ดูเป็นคนปกติ และเล่าถึงคนทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มเนิร์ด กลุ่มนักกีฬา ไปจนถึงคุณครู และผู้ปกครอง แง่มุมบางอย่างหนังนำเสนอทั้งปัญหาวัยรุ่น ปัญหาระหว่างคนในครอบครัว ซึ่งมีหลายฉากที่ทำได้น่าประทับใจมาก ๆ

ขอชมอีกอย่างก็คือทางด้านงาน Production ต่างๆ ทั้งการถ่ายทำและตัดต่อ ถือว่ามีสไตล์และโดดเด่นเป็นอย่างมาก หรือว่าเพลงประกอบต่างๆ ที่ใส่เข้ามาก็เข้ากับฉากนั้นๆ เป็นอย่างมาก ถ้าหากถามหาข้อเสียของซีซั่นนี้ ผมขอตอบครับว่ามีอยู่อย่างเดียว นั่นก็คือตอนจบ! แต่ผมจะไม่สปอยว่ามันจบยังไง แต่ผมว่าหลายคนที่ดูถึงตอนจบจะต้องมีอาการเดียวกันกับผมนั่นก็คือปาหมอนใส่จอมือถือนั่นเอง

สรุปแล้ว Sex Education: Season Two เป็นการสานต่อความบันเทิงจากซีซั่นแรกได้อย่างน่าประทับใจและน่าปรบมือให้อย่างมากที่สุด ใครที่ดูซีซั่นแรกมาแล้วยังไม่ได้เปิดดูซีซั่นนี้ ผมแนะนำให้เปิดดูด่วนครับ หรือว่าใครที่ชอบแนว American Pie ผสมกับ Mean Girls เล็กน้อยเนี่ย ผมแนะนำให้ดูครับ

 

ดูหนังออนไลน์ Sex Education






ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *