Main Menu

รีวิว The Call of The Wild เสียงเพรียกจากพงไพร หนังตามติดชะตากรรมอันพลิกผันของ บั๊ก สุนัข พันธุ์เซนต์เบอร์

The Call of The Wild เสียงเพรียกจากพงไพร หนังตามติดชะตากรรมอันพลิกผันของ บั๊ก สุนัข พันธุ์เซนต์เบอร์นาร์ด สก็อตคอลลีย์ จาก สุนัข เอาแต่ใจของนายอำเภอที่ถูกลักพาตัวจากบ้านหลังใหญ่แสนสุขสบายกลายเป็นสุนัขลากเลื่อนส่งจดหมาย และสุดท้ายก็ได้ผูกสัมพันธ์กับ จอห์น ธอร์นตัน (แฮริสัน ฟอร์ด) ชายชราที่เคยสูญเสียลูกชายสุดที่รัก และการได้มาเจอบั๊กก็ทำให้เขากล้าลุกขึ้นมาใช้ชีวิตอีกครั้งจนนำไปสู่การผจญภัยเพื่อค้นหาทองคำในตำนาน ทว่ายังมี ฮาล (แดน สตีเฟนส์) นักเดินทางแสวงโชคที่ความโลภทำให้เขากล้าทำทุกอย่างเพื่อกำจัดทุกคนและทุกตัวที่มาขวางทางรวยของเขา

เชื่อว่างานยากในการเอา The Call of The Wild วรรณกรรมทรงคุณค่าระดับหนังสืออ่านนอกเวลาที่อยู่ในใจนักอ่านมานานแสนนานตั้งแต่ปี 1903 คงไม่พ้นการต้องเดาทิศทางลมในการดัดแปลงเรื่องราวให้เอาใจคนดูยุคนี้ ซึ่งทำได้อย่างยากลำบาก เพราะในขณะที่เนื้อหาในหนังสือเฝ้าติดตามการเปลี่ยนแปลงและชะตากรรมอันพลิกผันของบั๊ก เจ้าหมาตัวโตที่มีทั้งความน่าตื่นตาตื่นใจและสัจธรรมชีวิตที่ไม่ได้มีแต่ด้านสว่างมาสื่อสารกับเยาวชนให้เห็นความจริงของชีวิต และแน่นอนว่าการที่มันกลายเป็นหนังมาหลายรอบก็ยิ่งทำให้ความซ้ำและช้ำของเรื่องราวที่หามุมเล่าใหม่ได้ยากเต็มที แต่สำหรับการดัดแปลงล่าสุดหลังดิสนีย์ซื้อฟอกซ์ ถือปฐมฤกษ์เปลี่ยนชื่อเป็น Twentieth Century Studio ตัวหนังเลือกทำเป็น ไลฟ์แอ็กชันที่ผสานคนจริงเข้ากับน้องหมาที่เป็นซีจี และยังดัดแปลงเรื่องราวให้สั้นลงเหลือเป็นหนัง 100 นาที

ณ ตอนนี้ เรายังคงหาข้อมูลไม่ได้ว่าบทภาพยนตร์ตอนแรกถูกเขียนมาเล่าเรื่องราวในแต่ละพาร์ตของเจ้า บั๊ก ยังไง แต่สำหรับหนังในฉบับที่เสร็จออกมา ปัญหาประการแรกเลยคือมันไม่สามารถแบ่งสัดส่วนการเล่าเรื่องให้พอดีและทำให้เราเข้าใจ เห็นใจหรือเอาใจช่วยเจ้าบั๋กหรือกระทั่งธอร์นตันได้เลย โดยหนังเลือกไปใช้การเล่าเรื่องเรียงลำดับเวลาแบบเดียวกับนิยายแต่ขลิบทุกอย่างให้สั้นลงราวกับดูคลิปยูทูบแล้วกดเลื่อนให้มันจบเร็วขึ้นเพื่อหวังเอาใจคนดูยุคใหม่ที่ไม่อดทนกับการเล่าดรามาให้ยืดยาว อ่านต่อ






Related News

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *