Main Menu

วิธีการออกแบบ ราวกันตก ออกแบบ อย่างไร ให้มี ความปลอดภัย

วิธีการออกแบบ ราวกันตก ออกแบบ อย่างไร ให้มี ความปลอดภัย

วิธีการออกแบบ  ราวกันตก ออกแบบ อย่างไร ให้มี ความปลอดภัย  ราวกันตก ป้องกันเด็กตก จากประเด็นข่าวเด็กพลัดตกเนื่องด้วยปีนราวกันตกภายในอาคารแห่งหนึ่ง
กลายเป็นเรื่องขวัญผวาสำหรับผู้เป็นพ่อแม่และหลาย ๆ ครอบครัวที่ต้องดูแลเด็ก ผู้เขียนเข้าใจดีว่า การดูแลเด็กวัยนี้เป็นเรื่องที่ยาก บ่อยครั้งผู้ดูแลก็อาจจะเหนื่อยล้า
ประจวบกับความประมาทไว้ใจเด็ก ทำให้ไม่ทันระมัดระวัง ไม่ทันได้เฝ้ามองพฤติกรรมเสี่ยง กระทั่งก่อให้เกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด จะว่าไปแล้วเหตุการณ์เหล่านี้ไม่ได้
เกิดขึ้นครั้งแรกครับ แต่เคยเกิดขึ้นซ้ำแล้ว ซ้ำอีก จึงเกิดคำถามขึ้นว่า ในด้านสถาปัตยกรรมการออกแบบนั้น พอจะมีหนทางใดช่วยป้องกันได้บ้าง

การ ออกแบบ อาคารสถานที่ต่าง ๆ โดยปกติสถาปนิกจะมุ่งเน้นออกแบบให้เกิดความสวยงามและความปลอดภัยไปพร้อม ๆ กัน ด้านความปลอดภัยจะมี พรบ.ควบคุมอาคาร กำหนดขนาดสัดส่วนต่าง ๆ เพื่อให้เกิดความปลอดภัยในการอยู่อาศัยเบื้องต้น แต่การทำตาม พรบ. ควบคุมอาคารทั้งหมด ก็ไม่ได้เป็นคำตอบการันตีได้ว่าจะปลอดภัย 100% โดยเฉพาะบ้านที่มีเด็กเล็กอายุ 1-7 ขวบ เด็กในวัยกำลังคลาน กำลังฝึกเดิน ฝึกปีนป่าย ผู้ปกครองจำเป็นต้องดูแลบุตรหลาน ให้คำแนะนำตักเตือน พร้อมกับมองหาจุดเสี่ยงเพื่อปิดช่องโหว่ต่าง ๆ ที่จะก่อให้เกิดอุบัติเหตุภายในบ้าน

ราวกันตกสูงกว่า 110 เซนติเมตรขึ้นไป

สำหรับบ้านทั่วไปที่ไม่มีเด็ก อาจจะออกแบบราวกันตกให้สูงอย่างน้อย 90 เซนติเมตรได้ครับ แต่สำหรับบ้านที่มีเด็ก จำเป็นต้องเผื่อความสูงไว้ เพื่อป้องกัน การปีนป่าย ราวกันตกควรมีความสูงระยะ 110-150 เซนติเมตร ซึ่งจะเป็นระยะที่เด็กวัยซนปีนป่ายได้ยาก โดยความสูงเฉลี่ยเด็ก 7 ขวบ เด็กที่สูงมากจะสูงประมาณ 120-135 เซนติเมตร หากราวบันไดสูงเพียง 90 เซนติเมตร อาจจะง่ายต่อการปีนป่ายได้ครับ

ราวกันตกแบบโปร่ง ควรใช้ลูกกรงแนวตั้ง

วัสดุสำหรับทำราวกันตก สามารถเลือกใช้ได้หลากหลาย ทั้งงานไม้ เหล็ก กระจก แต่สำหรับบ้านที่มีเด็ก แนะนำให้ออกแบบเป็น ลูกกรงเหล็ก วางเรียงลักษณะแนวตั้ง และไม่มีแนวขวางใดมาเป็นส่วนยึดโครง เพราะลูกกรงแนวตั้งเด็กจะไม่สามารถใช้เท้าค้ำปีนป่ายได้ ในขณะที่ลูกกรงเหล็กแนวนอนจะกลายเป็นฐานไว้สำหรับปีนป่าย และควรเว้นความถี่ของเหล็กไม่เกิน 12 เซนติเมตร เพื่อป้องกันเด็กเล็ก เด็กผอม สามารถลอดตัวเข้าไปในช่องระหว่างลูกกรง

ราวกันตก ป้องกันเด็กปีน

เพิ่มตาข่ายกันเด็กให้ราวกันตก
สำหรับบ้านที่สุ่มเสี่ยงต่อความปลอดภัย อาทิ มีราวกันตกที่ต่ำเกินไป ความห่างของช่องกรงเหล็กกว้างเกินไป เด็กสามารถลอดผ่านได้ หรือครอบครัวที่ต้องอยู่อาศัยภายในคอนโดมิเนียมที่มีระเบียง แนะนำให้ติดตั้งตาข่ายป้องกันไว้ชั่วคราวครับ ข้อดีของตาข่ายคือสามารถติดตั้งได้ง่ายและถอดออกได้เมื่อเด็กเริ่มโตขึ้น ตัวอย่างภาพด้านล่างนี้ ทำการติดตั้งให้ทั้งราวบันได ราวกันตกระเบียง หรือกรณีอยู่อาศัยในที่สูงอย่างคอนโดมิเนียม สามารถติดตาข่ายได้ทั้งช่อง แต่ควรเป็นตาข่ายสีขาวหรือสีดำนะครับ เพราะเป็นสีที่พรางตา มองไม่เห็นจากระยะไกล และควรติดให้แข็งแรง ดูเป็นระเบียบ มิเช่นนั้นอาจผิดระเบียบคอนโดได้ครับ

ป้องกันเด็กตกราว บันได

การมี สมาชิกใหม่ เพิ่มขึ้นมาในครอบครัว อาจไม่ได้แค่เพียงเตรียมห้องไว้ให้ลูก เตรียมปัจจัยอำนวยความสะดวกต่าง ๆ แต่ยังหมายถึงการเตรียมความพร้อมเพื่อป้องกันความเสี่ยงต่าง ๆ เพื่อให้เด็กสามารถมีพัฒนาการไปพร้อมกับความปลอดภัย ในมุมของ ผู้ออกแบบเอง หากจุดไหนสามารถป้องกันความเสี่ยงได้หรือการออกแบบบ้านที่มีเด็กเล็ก จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องให้ความสำคัญกับ งานออกแบบ ที่เสริมสร้างความปลอดภัยให้กับผู้อยู่อาศัย อย่าลืมแชร์ต่อเนื้อหานี้ให้กับเพื่อนของเราที่มีเด็กอยู่ในบ้านนะครับ

ตัวแปรความแข็งแรงของระเบียงกันตก,ลูกกรงบันไดสำเร็จรูป,บันไดสำเร็จรูปและราวบันได

ราวบันได ราวกันตก ราวสแตนเลส ในสมัยปัจจุบันมี หลากหลายแบบ บางท่านอยากติดตั้งบันไดหรือ ราวบันได แล้วใช้ได้นานๆ แต่ก็ไม่รู้ว่าจะเลือกบันไดแบบไหนดี อย่างที่ทราบว่าบันไดหรือราวกันตกที่นิยมติดตั้งในบ้านเราก็มี บันไดปูน บันไดไม้ ราวสแตนเลส แล้วเราจะเลือกบันไดแบบไหนดีละที่มีอายุการใช้งานที่ยาวนาน

บันได คือสิ่งที่เชื่อมระหว่างชั้นบนกับชั้นล่างในสถานที่นั้นๆ มีไว้ให้คนเดินผ่านขึ้นลงเพราะฉะนั้นมันจะต้องมั่นคงแข็งแรงทนทาน ให้เป็นหลักยึดหรือประคองคนที่ขึ้นลงได้ และที่ขาดไม่ได้ก็คือความสวยหรูซึ่งน่าจะเป็นเรื่องรองลงมา ดังนั้นอุปกรณ์ต่างๆที่นำมาใช้สร้างบันได จะเป็นอะไรก็ได้มีข้อดีข้อเสียในตัวของมันเอง

อย่าง บันไดไม้ จะดูสวยงามคลาสสิค สามารถดัดแปลงหรือทำลวดลายต่างๆได้ง่าย ไม่ลื่น ตัวไม้จะมีความยืดหยุ่น ไม่สะสมอุณหภูมิและอุณหภูมิ ไม่เปลี่ยนแปลงง่าย ข้อเสียคือ หายาก มีราคาแพง (เมื่อก่อนหาง่ายและราคาไม่แพง จึงนิยมใช้กัน) มีโอกาสผุจากสภาพอากาศและปลวกมอด ติดไฟง่าย ประกอบติดตั้งยุ่งยากหน่อย แต่ในยุคปัจจุบันก็มีผลิตไม้สังเคราะห์ขึ้นมาซึ่งถือได้เป็นอีกวิธีเลือกหนึ่ง ไม้สังเคราะห์เหล่านี้ลดข้อเสียที่กล่าวไปได้พอสมควรเลย

 

เหตุผลที่ควรเลือก ราวกันตกอะลูมิเนียม

ราวกันตกถือเป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบที่จะทำให้บ้านของ คุณดูสวยงาม มองเห็นชัดเจน การเลือกชนิดของราวกันตกจึงมีผลกับ ความสวยงาม ของบ้านโดยตรง แต่วัสดุที่ใช้ทำราวกันตกก็มีอยู่หลากหลายแบบด้วยกันวันนี้เราจะมาดูกันว่าชนิดวัสดุของราวกันตกมีแบบไหนกันบ้าง เพื่อที่จะเลือกให้เข้ากับไสตล์บ้านของคุณ และทำให้การตกแต่งบ้านมีความสวยงาม และสอดคล้องเป็นเรื่องราวเดียวกัน

1. ราวกันตกไม้
ราวกันตกไม้ ที่นิยมมี หลายชนิด เช่น ไม้สัก ไม้มะค่า ไม้ตะแบก ไม้แดง ซึ่งไม้แต่ละชนิดจะมีคุณสมบัติและความสวยงามของลายไม้ที่แตกต่าง ข้อดีคือมีความสวยงาม สามารถนำมาประยุกต์ให้เข้ากับการตกแต่งได้หลากหลายเพราะเป็นไม้จึงต้องดูแล ยาก ทั้งความชื้น การบิดตัว สีซีด ปลวก การต้องหมั่นทาสีซ้ำ ในเวลาต่อมา ส่วนการจะได้งานไม้ที่สวยมีดีไซน์ตามแบบที่เราต้องการให้เหมาะสมกับบ้านของเรานั้นต้องใช้เครื่องจักรคุณภาพสูงหรือช่างเฉพาะทางที่มีความเชียวชาญ ซึ่งหาได้ยากมากในตลาดบ้านเรา

2. ราวกันตกไม้สังเคราะห์
ราวกันตกไม้สังเคราะห์ ทำจากจากขี้เลื่อยไม้ผสมกับโพลีเมอร์พลาสติก ซึ่งผ่านกระบวนการผลิตและขึ้นรูปด้วยเทคนิกการขึ้นรูปของพลาสติก ข้อดีคือมีความสวยงามเสมือนไม้จริงๆ แข็งแรงกว่าพลาสติกแต่ก็ยังมีข้อเสียหลายอย่างคือตามผิวสัมผัสที่ไม่เหมือนไม้จริง หักเปราะได้ง่าย ไม่สามารถรับน้ำหนักหรือทำเป็นโครงสร้างได้เพราะไม่มีความเหนียว และอาจจะมีข้อจำกัดในการใช้งานเช่นไม่สามารถเอามาทำเป็นซุ้มระแนงได้ หรือในบางเคสอาจจะต้องใช้เหล็กเข้ามาช่วยเสริมโครงสร้าง สรุปแล้วเราต้องใช้วัสดุกี่อย่างกันแน่

3. ราวกันตกสเตนเลส
ราวกันตกสเตนเลส สามารถนำไปติดตั้งได้ทั้งในและนอกอาคาร อย่างไรก็ตาม สเตนเลสก็มีหลายเกรดหากเลือกไม่เหมาะกับงานก็จะปวดหัวกับการแต่งบ้านไปอีกนาน อีกทั้งสแตนเลสมีโครงสร้างที่ค่อนข้างหนัก โครงสร้างดีไซน์บางจุดอาจจะมีรอยเชื่อมต่อทำให้รกดูรกตาไปหน่อย

 

4.ราวกันตกเหล็ก
ราวกันตกเหล็ก มักถูกนำมาใช้เพื่อเพิ่มความสวยงามและลูกเล่นกับการต่อเติมบ้าน ข้อดีคือมีความแข็งแรงซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะตัวของเหล็กอยู่แล้วแต่เหล็กเป็นวัสดุที่อาศัยการเชื่อมและทาสี ทำให้เกิดรอยเชื่อม และการบิดตัว เกิดตำหนิกับชิ้นงานได้ง่าย การป้องกันสนิมอย่างมีประสิทธิภาพก็เป็นเรื่องยาก หากใช้ไป อาจจะมีปัญหาการซ่อมแซมตามมากวนใจไม่หยุดหย่อน แต่ถ้าเลือกที่จะใช้ก็ต้องทำใจเพราะการติดตั้งต้องให้ความพิถีพิถันอาจทำให้บ้านของคุณช้ำได้

 

 

5.ราวกันตกอะลูมิเนียม
ราวกันตกอะลูมิเนียม ด้วยคุณสมบัติที่ทนความร้อนจากแสงแดดได้ดี ทนแดด ทนน้ำ ทนฝน จึงสามารถนำไปติดตั้งได้ทั้งในและนอกอาคาร รวมถึงการที่สีมีเทคโนโลยีทันสมัย ทำให้เพิ่ม ความทนทาน การพ่นสีฝุ่นที่ปลอดสารมะเร็งทำให้ปลอดภัยต่อเจ้าของบ้าน

การติดตั้งก็มีความสะดวกเพราะวัสดุอลูมิเนียมที่ทำสำเร็จรูปแล้ว จะเคลื่อนย้ายได้ง่าย สามารถนำไปติดตั้งในตำแหน่งใหม่ได้อย่างสะดวก เพราะมีน้ำหนักเบา และการดูแลรักษาก็ง่าย เพียงใช้ผ้าชุบน้ำหมาดๆ เช็ดทำความสะอาด หรืออาจใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดอะลูมิเนียมทั่วไป ก็สามารถดูแลรักษาได้ง่ายเช่นกัน

ทั้งหมดนี้คือ 5 แบบของราวกันตก ซึ่งแต่ละ วัสดุ ก็มีทั้งข้อดีและข้อเสียต่างกัน สุดท้ายแล้ว เราก็ควรเลือก ราวกันตกแบบที่ตรงกับวัตถุประสงค์การใช้งาน รวมถึง ความสวยงาม ที่จะต้องสอดคล้องกับรูปแบบบ้านนั้นๆ ด้วย ถ้าให้เปรียบเทียบ ราวกันตก ก็เหมือนกับ เครื่องประดับชิ้นหนึ่ง ของบ้าน ที่ เจ้าของบ้าน ก็ต้องเลือกตาม ความชอบ ความเหมาะสม และต้องเข้ากับชุดที่ใส่ นั่นก็คือ บ้านของเรานั่นเอง

 

รูปแบบวัสดุยอดนิยม

จะเป็นอะไรไปไม่ได้นอกจาก “กระจก” พระเอกเบอร์หนึ่งของเรา นั่นเอง ซึ่่งเป็นวัสดุที่เหมาะสมในการใช้งานที่สุดเพราะด้วยจุดเด่นของความใส จึงช่วยผสมกลมกลืนไปกับพื้นที่ ที่ดูโมเดิร์น มีสไตล์ พร้อมเสริมบรรยากาศภายในที่ดูโปร่งโล่งสบาย ไม่ทึบ และมองเห็นทัศนียภาพโดยรอบของสถานที่อาคารนั้นๆได้อย่างกว้างขวาง ช่วยให้การพักผ่อนของคุณมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
กระจกราวกันตก

ข้อควรคำนึงถึง

ข้อจำกัดความกว้าง ความสูง และความหนาของกระจก ขึ้นอยู่กับรูปแบบราวกันตก หรือบันไดกระจกโดยความสูงกระจกไม่ควรเกิน 1.2m และความกว้างไม่เกิน 1.5m มาตรฐานความปลอดภัยในด้านงานราวบันได ระเบียง ราวกันตกกระจก ควรเลือกใช้เป็นกระจกนิรภัย ซึ่งเกี่ยวข้องกับ พรบ. ควบคุมอาคาร และจำเป็นที่ต้อง ติดตั้งโดยทีมงานผู้เชี่ยวชาญด้านการติดตั้งราวระเบียงกระจกเท่านั้น

ประเภทกระจกที่เหมาะสมต่อการใช้งาน

การทำราวระเบียงกันตก หรือราวบันไดกระจก จำเป็นที่ต้องใช้ กระจกนิรภัย เทมเปอร์ ที่ความหนา ประมาณ 8-10 มิลลิเมตรขึ้นไป (ขึ้นอยู่กับขนาดพื้นที่ใช้งาน) หรือถ้าสามารถใช้กระจกหนากว่านั้นได้ ก็จะยิ่งทำให้เกิดความแข็งแรงมากขึ้นไปอีก กระจกชนิดนี้จะมีความแข็งแรงกว่ากระจกธรรมดาทั่วไปประมาณ 4-5 เท่า ทำให้ไม่แตกง่ายเมื่อมีการกระแทก ดีต่อความปลอดภัย โดยเฉพาะเด็กเล็ก แต่หากพื้นที่เป็นจุดที่มีความเสี่ยงสูง และเสี่ยงต่อการเกิดอันตรายได้ ควรเลือกใช้กระจกเทมเปอร์ลามิเนต (tempered laminated glass) ความหนาตั้งแต่ 10mm ขึ้นไป

รับออกแบบบ้าน

 






Related News

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *