Main Menu

รีวิวหนังไต้หวันเรียกน้ำตา More Than Blue – ถึงวันนั้นฉันจะบอกรักเธอ

รีวิวหนังไต้หวันเรียกน้ำตา More Than Blue - ถึงวันนั้นฉันจะบอกรักเธอ

เป็น หนังไต้หวันเรียกน้ำตา More Than Blue ที่ทำให้คนทั้งโรงร้องไห้ (ทั้งโรงจริงๆ จะได้ยินเสียงสะอื้น เสียงน้ำมูกเป็นระยะๆ) โดยเฉพาะครึ่งชม. สุดท้ายของหนัง บทขยี้มาก ขนาดที่ผมไม่ได้ร้องไห้ง่ายๆ ถึงกับน้ำตาซึมออกมาเลยทีเดียว และอีกอย่างที่ดีของหนังคือเพลง เพลงที่ใช้เพราะมาก มีความหมายเข้ากับเนื้อเรื่องของหนังด้วย ดูไปฟังเพลงไป อินกับหนังมากๆ ขนาดที่คนข้างๆ ร้องไห้ไม่หยุด ออกจากโรงแล้วก็ยังร้องไม่หยุดเลยทีเดียว

เนื้อเรื่องเกี่ยวกับเคและครีม ที่มาเจอกันตอนชั้นม. ปลาย และได้สนิทกันถึงขนาดที่มาอยู่บ้านเดียวกัน แต่เคเป็นโรคร้ายอยู่ได้ไม่นาน และไม่อยากเปิดเผยเรื่องนี้ให้ครีมรู้ เคจริงทำทุกอย่างให้ครีมมีความสุขมากที่สุด

การแสดงของคู่พระนางคือดีมาก เคมีตรงกัน ดูแล้วอินมาก ถึงแม้ฉากเปิดนางเอก จะรู้สึกว่านางเอกไม่น่ารักเลย แต่พอหนังดำเนินเรื่องสักพัก ก็รู้สึกว่านางเอกโคตรน่ารักเลยครับ การแสดง ท่าทาง เสียงพูด เข้ากันหมดกับพระเอกรู้สึกชื่อชอบการแสดงของนางเอกคนนี้มาก สำหรับพระเอก มาในแนวมาดเซอๆหน่อย เอาจริงๆคือหล่อเลยแหละ แสดงดีด้วย นักแสดงสองคนนี้ครบถ้วนทุกอย่างสำหรับหนังเรื่องนี้ครับ

ด้านเนื้อเรื่องหรือบทหนัง ผมขอเรียกว่าหนังน้ำเน่านะ แต่เป็นน้ำเน่าที่ดี เรียกน้ำตาคนดูได้แน่นอน ตัวเนื้อหาหนังมีทำให้เราคาดไม่ถึงอยู่หลายฉากนะ บางฉากผมถึงขนาดคิดในใจว่าแบบนี้เลยหรอ!! ถึงแม้เปิดเรื่องมาจะดูน้ำเน่าสุดๆ แต่พอครึ่งช.ม. สุดท้ายบอกเลยว่าตัวหนังขยี้หัวใจเราสุดๆ เสียงสะอื้นในโรงหนังมาเป็นระยะกันเลยทีเดียว

เพลงของหนังนี่จะเปิดช่วงต้นของหนังเลย เราฟังก็รู้สึกเพราะแล้ว แต่พอเราเริ่มรู้เรื่องราว เพลงนี้จะเพราะมากกว่าเดิมเป็นเท่าตัวเลยครับ ขนาดที่ว่ากลับมาบ้านยังต้องหาเปิดฟัง

สุดท้ายก็แนะนำให้ไปดูครับ ไม่เสียดายเงินแน่นอน แต่คุณอาจจะเสียน้ำตาให้กับหนังเรื่องนี้ครับ สำหรับผมยกให้เป็นหนังไต้หวันที่ดีมากๆเรื่องนึงเลยครับ

“ถ้าหากความรักมันอธิบายได้ คงไม่มีใครบนโลกนี้ต้องเจ็บปวดกับมัน” หนึ่งประโยคได้ยินบ่อยจากในหนังเรื่องนี้ ที่เหมือนจะเป็นประโยคน้ำเน่าธรรมดา แต่ในเรื่องนี้แหละสื่อความหมายของมันออกมาได้อย่างดีเลย หลายๆ การกระทำอาจจะถูกตั้งคำถามว่า “ทำไม” และแน่นอนมันคงอธิบายชัดเจนไม่ได้ในหลายๆ อย่าง มันจึงเจ็บปวด และแผ่รังสีความเศร้ามาสู่คนดูแบบเต็มๆ

หนังว่าด้วยเรื่องของ เค และครีม ที่อาศัยอยู่ด้วยกัน แต่ทั้งคู่ไม่ได้เป็นแฟนกัน และสถานการณ์ต่างๆ มันเลวร้ายขึ้นเมื่อ เค รู้ตัวว่าเป็นโรคที่รักษาไม่ได้และกำลังจะเสียชีวิตในอีกไม่ช้า เขาจึงตัดสินใจที่จะช่วยเหลือครีมด้วยการตามหาผู้ชายดีๆ เพื่อมาดูแลเธอตอนที่เขาไม่มีชีวิตอยู่แล้ว ถึงแม้มันจะโคตรตรงข้ามกับความรู้สึกข้างในใจเขาก็ตาม

แค่ชื่อเรื่องก็น่าจะบอกได้แล้วว่าเรื่องนี้กะมาเรียกน้ำตาคนดูแน่นอน หนังถูกดัดแปลงมาจากหนังเกาหลีในชื่อเดียวกัน ที่ต้องขอบอกก่อนเลยว่าไม่เคยดูเวอร์ชั่นเกาหลีมาก่อนว่ามันหนักหนาสาหัสแค่ไหน แต่สำหรับเวอร์ชั่นไต้หวันนี้ต้องบอกเลยว่าทำได้ถึง สะกิดต่อมน้ำตาคนดูได้ดีจริงๆ

หนังดำเนินเรื่องแบบค่อยเป็นค่อยไป ปูเรื่องราวอย่างช้าๆ ไม่รีบร้อนให้เรารู้จักตัวละครนำทั้งสองได้อย่างยอดเยี่ยม จนเราผูกพัน รับรู้ความรู้สึก และเข้าใจตัวละครทั้งสองไปอย่างไม่รู้ตัว ที่สำคัญมันยังทำเราดำดิ่งไปกับห้วงความรู้สึกของทั้งสองตัวละครนั้นได้อย่างไม่น่าเชื่อ รู้ตัวอีกทีก็อินกับทั้งสองไปแล้ว

การกระทำหลากหลายตัวละครตอนแรกเราไม่อินนะ แถมยังส่งผลให้เราคิดไปว่า “ทำไมทำแบบนั้นวะ” “ทำแบบนั้นทำไมวะ” “ไม่เข้าใจ” แต่พอโดนประโยคนี้บอกย้ำกับเราก็ถึงกับจุกเลยทีเดียว “ถ้าหากความรักมันอธิบายได้ คงไม่มีใครบนโลกนี้ต้องเจ็บปวดกับมัน” เท่านั้นแหละคุณเอ๊ยยยยยยย

ครึ่งแรกหนังอาจจะเนิบๆ ช้าๆ แต่พอเข้าสู่ครึ่งหลังจุดไคลแม็กซ์ต่างๆ นี่เล่นเอาน้ำตาคลอเลย ด้วยความที่หนังมันปูให้เรารู้จักคู่พระ-นางมาดีตั้งแต่แรกนั่นแหละ บวกกับเคมีความเข้ากันของคู่พระ-นาง ที่ช่วยส่งให้คนดูรู้สึกตามไปอีก ยิ่งครึ่งหลังดำเนินไปเรื่อยๆ มันเล่นกับอารมณ์คนดูหนักมาก เหมือนมันพยายามขยี้ต่อมน้ำตาคนดูตลอด อย่างไม่หยุดหย่อน จนสุดท้ายก็ต้องเสียน้ำตาให้มันจนได้ หนังพาคนดูค่อยๆ ดำดิ่งไปสู่ห้วงความเศร้าอย่างไม่มีทีท่าว่าจะขึ้นมาจากห้วงนั้นได้เลย อีกทั้งเพลงประกอบที่ช่วยส่งเรื่องราวต่างๆ ในหนังให้มันยิ่งเศร้าขึ้นไปอีก ใครที่ว่าแข็งๆ ต้องมีน้ำตาซึมกันบ้างแหละ

สรุปแล้ว More Than Blue เป็นหนังที่สนองคนที่อยากไปเสพหนังเศร้าๆ ได้ดีเลย ยิ่งช่วงนี้ไม่ค่อยได้เห็นหนังแนวนี้สักเท่าไหร่ ก็จัดเลยอย่างไม่รีรอ หนังมีจุดที่ไม่ชอบและรู้สึกขัดใจอยู่บ้างคือความคอเมดี้กับตัวละครบางตัวที่ใส่เข้ามาเพื่อเรียกเสียงหัวเราะ ซึ่งมันทำให้ขัดอารมณ์โดยรวมของหนังพอสมควร แต่ภาพรวมแล้ว หนังเรื่องนี้ไม่เสียดายที่จะจ่ายเงินเข้าไปดูในโรงแน่นอน ที่มา  






Related News

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *