Main Menu

รีวิวหนัง Mortal Kombat ที่เป็นหนังจากเกมต่อสู้ที่ดีที่สุดในเวลานี้

รีวิวหนัง Mortal Kombat ที่เป็นหนังจาก เกมต่อสู้ ที่ดีที่สุดในเวลานี้  มีหนังที่สร้างจากเกมเพียงไม่กี่เรื่องเท่านั้นที่จะได้รับเสียงชื่นชมจากนักวิจารณ์และคนดู โดยฝั่งหลังจะเป็นฝ่ายที่ช่วยสนับสนุนหลักที่ช่วยต่อลมหายใจให้หนังเกมเหล่านี้ได้รับการสร้างภาคต่อ อาทิ Resident Evil ที่มีทั้งแฟนเกมและแฟนหนังคอยซัพพอร์ตให้แฟรนไชส์นี้ได้รับการสร้างต่อทั้งเวอร์ชั่นหนัง หนังแอนิเมชั่น และล่าสุดกับการทำเป็นทีวีซีรีส์โดย Netflix แต่ก็ไม่ใช่หนังเกมทุกเรื่องที่จะได้รับความนิยมขนาดนี้ เพราะเกมดังๆหลายเรื่องที่ขึ้นจอใหญ่ก็ดับสนิทและถูกฝังกลบดินอย่างไม่ใยดี อาทิ Prince of Persia: The Sands of Time, Alone in the Dark หรือ Warcraft เป็นต้น

 

อย่างไรก็ตาม Mortal Kombat ดูเหมือนว่าจะเป็นแสงสว่างรำไร ให้กับเส้นทางของแฟรนไชส์หนังเกมชุดใหม่ ซึ่งตัวทีมผู้สร้างเองก็แจ้งเจตจำนงไว้ตั้งแต่แรกแล้วว่า นั้นจะไม่ได้มีแค่ภาคเดียวอย่างแน่นอน หลังจากทีหนังเปิดตัวในเอเชียและยุโรป (ในบางประเทศ) ไปตั้งแต่ 8 เมษายน ที่ผ่านมา

น่าเสียดายที่ในประเทศไทยหนังเข้าฉายในช่วงเวลาที่โควิดระลอกใหม่กำลังเริ่มระบาดทำให้คนส่วนมากกลับมาวิตกกังวลในการเข้าโรงภาพยนตร์อีกครั้ง จนทำให้วันนี้หนังทำเงินในประเทศไทยอยู่ที่ประมาณ 9 ล้านบาท จนถึงวันนี้หนังทำรายได้ไปทั้งหมด 10 ล้านเหรียญ และกำลังจะเข้าฉายในประเทศอเมริกาในวันที่ 23 เมษายนนี้ ซึ่งถ้าหากหนังทำรายได้ตามเป้าที่สตูดิโออย่างวอร์เนอร์ฯ คาดการณ์ไว้ โอกาสที่จะได้ดูภาคต่อก็คงจะเป็นไปได้สูง

 

กลับมาวิเคราะห์ว่าทำไม  ถึงกลายเป็นหนังต่อสู้ที่ดีที่สุด ณ วินาทีนี้ ก็เพราะว่าหนังที่ดัดแปลงมาจากเกมต่อสู้นั้น จริงๆมีอยู่เพียงไม่กี่เรื่อง (เพราะหนังเกมส่วนมากดัดแปลงมาจากเกมแนวเนื้อเรื่อง ผจญภัย หรือตะลุยด่าน ทำให้ตัวเกมมีโครงสร้างเรื่องที่ชัดเจน)

แต่ในขณะที่เกมต่อสู้มักจะเน้นในส่วนที่มาที่ไปของตัวละครและพลังพิเศษที่ตัวละครเหล่านี้ใช้ต่อสู้มากกว่า เกมต่อสู้ที่เคยได้รับการดัดแปลงเป็นภาพยนตร์มาแล้วประกอบไปด้วย  (1995), Mortal Kombat: Annihilation (1997), Street Fighter (1994), Street Fighter: The Legend of Chun-Li (2009) และ DOA: Dead or Alive (2006) ซึ่งทุกเรื่องที่กล่าวมานั้น มีเพียง Mortal Kombat ภาคแรกที่เอาตัวรอดและประสบความสำเร็จในยุคสมัยนั้นประมาณหนึ่ง ส่วนเรื่องอื่นๆนั้นจัดได้ว่า “เละ”

 

สิ่งที่ เวอร์ชั่นปี 2021 สามารถกินขาดหนังเกมต่อสู้เรื่องอื่นๆ คือหนังเลือกที่จะให้เวลาตัวละครในเรื่องแต่ละตัว กระจายบทตัวละครกำลังพอดี และทำให้คนดูพอจดจำชื่อและใบหน้าของพวกเขาได้บ้าง จนเมื่อหนังดำเนินมาถึงฉากต่อสู้สำคัญในแต่ละฉาก คนดูจึงมีความรู้สึกร่วมไปกับตัวเอก (หรือตัวร้าย) ที่เราสามารถสัมผัสได้ว่าพวกเขามีเลือดมีเนื้อ มีจุดแข็ง จุดอ่อน และมีโอกาสที่จะโดนฆ่าตายได้ตลอดเวลา

ufa 






Related News

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *