Main Menu

[รีวิว] Fast and Furious: Hobbs And Shaw เร็ว แรงทะลุนรกฮ็อบส์ แอนด์ ชอว์

Hobbs And Shaw

เรื่องย่อหนัง หนัง Fast And Furious Hobbs and Shaw หรือชื่อไทยว่า เร็วแรงทะลุนรกฮ็อบส์ แอนด์ ชอว์ นับตั้งแต่ที่ ฮ็อบส์ เจ้าหน้าที่ผู้รักษากฎหมายเจ้าของร่างล่ำบึ้ก (จอห์นสัน) ผู้จงรักภักดีต่อองค์กรหน่วยรักษาความปลอดภัยทางการทูตแห่งอเมริกาและชอว์ (สเตแธม) ชายนอกกฎหมาย อดีตเจ้าหน้าที่ทหารชั้นสูงของอังกฤษ ได้เผชิญหน้ากันเป็นครั้งแรกใน Fast & Furious 7 ในปี 2015 ทั้งคู่ก็ได้ปะทะกันทั้งด้วยคารมและหมัดด้วยความมุ่งหมายที่จะโค่นอีกฝ่ายให้ได้ แต่เมื่อบริกซ์ตัน (ไอดริส เอลบา) ผู้ชื่นชอบในลัทธิอนาธิปไตย และได้รับการปรับแต่งทางพันธุกรรมให้มีความสามารถสูงขึ้น และมีอำนาจควบคุมภัยคุกคามร้ายกาจทางชีวะที่อาจเปลี่ยนแปลงชีวิตของมนุษยชาติไปตลอดกาล และมีชัยเหนือเจ้าหน้าที่เอ็มไอซิกส์ผู้ชาญฉลาดและปราศจากความกลัว (วาเนสซา เคอร์บี้จาก The Crown) ผู้บังเอิญเป็นน้องสาวของชอว์ ศัตรูคู่อาฆาตทั้งสองคนนี้ จึงจำเป็นต้องจับมือกันเพื่อโค่นล้มคนเพียงคนเดียวที่อาจจะร้ายกาจยิ่งกว่าพวกเขา Hobbs & Shaw เป็นการกระแทกเปิดประตูใหม่สู่จักรวาล Fast เมื่อแอ็กชั่นของมันพุ่งทะยานไปทั่วโลก จากลอสแองเจลิสสู่ลอนดอน และจากเมืองร้างที่เต็มไปด้วยสารพิษอย่างเชอร์โนบิล สู่ความงามที่เขียวชอุ่มของซามัว

ถือว่าเป็นหนังหนึ่งในตระกูล Fast and Furious ที่ไม่รู้ว่าได้แรงบันดาลใจมาจากกรณีบาดหมางกันของ The Rock กับ Vin Diesel หรือเปล่า แต่ที่แน่ๆ สองตัวละครนี้ขายได้แน่นอน จริงๆ มันเริ่มเห็นแววมาตั้งแต่ใน Fast 8 แล้วแหละ และมันคงเป็นอะไรที่สนุกดี ถ้าได้เห็นสองคนนี้มากัดกัน พร้อมฟัดศัตรูไปทั้งคู่

เรื่องนี้เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับการโคจรกลับมาพบกันของ Luke Hobbs และ Deckard Shaw ที่ต้องร่วมมือกันปกป้องไวรัสที่น้องของ Shaw อย่าง Hattie ได้ฉีดเข้าไปในตัวเอง ไม่ให้ตกไปอยู่ในมือของคนชั่ว Brixton ที่ถูกวิวัฒนาการณ์จนมีพลังเหนือมนุษย์!

ซึ่งในภาคนี้ ถือว่าเป็นภาคที่ให้อารมณ์ต่างจากภาคอื่นๆ ในแฟรนไชส์ของ Fast and Furious พอสมควร จริงๆ ก็เป็นการเปิดจักรวาลใหม่นั่นแหละ เพราะภาคนี้กลายเป็นหนังแอ็คชั่น โจรกรรมไปแล้ว ที่มีพล็อตและการดำเนินเรื่องที่เช๊ยเชย เดาทางง่ายไปซะหมด

ความสนุกของมันอยู่ตรงที่คู่นักแสดงนำระหว่าง Hobbs กับ Shaw นี่แหละ เป็นจุดที่ชอบที่สุดละ กัดกันตลอดทั้งเรื่อง บทสนทนาฮาๆ ทั้งนั้น เป็นเหมือนเครื่องสร้างความบันเทิงชั้นดี (แต่บางฉากก็พล่ามเยอะไปก็ชวนหาวเหมือนกัน) ตามมาด้วยฉากแอ็คชั่นเนืองๆ ตลอดทั้งเรื่อง ที่ดูสนุกเพลิดเพลินใช้ได้ แต่ไม่ได้ดีและไม่เหมือนอย่างที่ผู้กำกับเคยทำมาในเรื่องก่อนๆ เลย เช่น John Wick, Deadpool 1-2, Atomic Blonde ดูดร๊อปลงไปพอสมควร โดยเฉพาะฉากท้ายๆ ที่น่าจะเป็นฉากที่มันส์ที่สุด พีคที่สุด แต่กลับกลายเป็นน่าเบื่อที่สุดซะงั้น รวมไปถึงตัวละครอย่าง Brixton รับบทโดย Idris Elba ที่ดูดีตอนต้นแต่แผ่วปลายยังไงชอบกล แต่ที่สำคัญ Hattie ที่รับบทโดย Vanessa Kirby คือสวยมว๊ากกกกกกก เสน่ห์ล้นสุดๆ

ด้วยความที่เป็นหนังในจักรวาล Fast and Furious ก็ยังใส่ฉากขับรถไล่ล่าสุดมันเข้ามาให้ได้เชยชมอย่างพอหอมปากหอมคอด้วยนะ

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ต้องยกเครดิตหลายๆ อย่างให้เพลงประกอบ เพราะเพลงประกอบในเรื่องนี้คือดีงามมาก มันช่วยทำให้หนังแต่ละฉากดูดีขึ้น เท่ขึ้น มันขึ้น อีกกว่า 50% เลยทีเดียว!

สรุปแล้ว Hobbs And Shaw ก็เป็นหนังแอ็คชั่นที่ได้อารมณ์แปลกใหม่จากแฟรนไชส์ Fast and Furious พอควร และเหมือนเปิดเส้นทางให้เล่าเรื่องใหม่ได้อีก ถ้าใครไปดูมันก็ยังคงมีความสนุก ดูได้เพลินๆ แหละ แต่โดยรวมแล้วมันก็ไม่น่าจดจำสักเท่าไหร่

ปล. มีการ Cameo ของสองนักแสดงที่เรียกเสียงฮาได้เป็นอย่างดี อ่านต่อได้ที่ 

 






Related News

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *