Main Menu

เคล็ดลับ เลือก ที่นอน ในห้องนอน อย่างไร ให้นอนหลับสบาย

เคล็ดลับ เลือก ที่นอน ในห้องนอน อย่างไร ให้นอนหลับสบาย

เคล็ดลับ เลือก ที่นอน  การนอนหลับคือการพักผ่อนที่ดีที่สุด เพราะนอกจากจะเป็นการช่วยลดความอ่อนเพลียของร่างกายแล้ว ยังนับว่าเป็นช่วงที่ร่างกายได้ซ่อมแซมและฟื้นฟูระบบต่าง ๆ ให้กลับมาแข็งแรงสมบูรณ์อีกด้วย การนอนจึงมีความสำคัญมาก และสิ่งที่จะมาที่เป็นตัวช่วยให้เรานอนหลับพักผ่อนได้เต็มนั้น ก็คือที่ฟูกนอนนั่นเอง ซึ่งฟูกที่นอนที่แบบไหน ทำจากวัสดุอะไรบ้าง จะเหมาะสมและช่วยให้เราหลับสบายได้ดี ในบทความเคล็ดลับการอยู่อาศัยในคอนโด วันนี้ CondoNewb จะพาเพื่อน ๆ ไปทำความรู้จักกับฟูกที่นอนประเภทต่าง ๆ ทั้งเรื่องของความเหมาะสมต่อสรีระของตนเอง ความคงทน รวมไปถึงวิธีการดูแลรักษาที่นอนประเภทต่าง ๆ อีกด้วย หากพร้อมแล้วเราไปดูพร้อม ๆ กันเลยครับ

 

เคล็ดลับการเลือกที่นอนเพื่อชีวิตดีๆ

ในชีวิตประจำวันของเราใช้เวลาอยู่บนเตียงนอนโดยเฉลี่ยมากกว่า 5 ชั่วโมง ‘ที่นอน’ จึงถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของการพักผ่อนที่สำคัญมาก ที่นอนที่ดีจะทำให้เรานอนหลับสบายและหลับสนิทตลอดทั้งคืน ดังนั้นจึงไม่ควรมองข้ามและลงทุนกับที่นอนที่เหมาะกับตัวเองมากที่สุด เพราะมีผลต่อสุขภาพกายและใจไม่ทางตรงก็ทางอ้อม โกลบอลเฮ้าส์มีเคล็ดลับการเลือกที่นอนที่มีคุณภาพมาแนะนำกัน

ขนาดที่นอนไม่ควรมองข้าม

สิ่งแรกที่เราควรคำนึงถึงในการเลือกซื้อที่นอนคือ ขนาดที่เหมาะสมกับเตียง ซึ่งปัจจุบันที่นอนทั่วไปมีขนาดดังนี้

3.5 ฟุต x 6.5 ฟุต สำหรับเตียงเดี่ยวมาตรฐาน
5 ฟุตx 6.5 ฟุตเตียง สำหรับเตียงควีนไซส์
6 ฟุต x 6.5 ฟุต สำหรับเตียงคิงไซส์
4 ฟุต x 6.5 ฟุต สำหรับเตียงแบบ Double Bed

 

เลือกประเภทที่นอนตามความชอบ

ที่นอนที่ได้รับความนิยมปัจจุบันนี้มี 4 แบบ ได้แก่ ซึ่งแต่ละประเภทมีคุณสมบัติและข้อดี ข้อเสีย แตกต่างกัน

ดังนั้นควรเลือกตามความชอบ

ที่นอนยางพารา – มีราคาสูงกว่าที่นอนประเภทอื่น แต่มาพร้อมกับความทนทาน อายุการใช้งานยาวนาน หากใช้งานแบบถนุถนอม อาจอยู่ได้ถึง 20 ปี ข้อเสียคือ นอกจากยังไม่เก็บความชื้นและฝุ่นละออง ทำให้ไม่มีกลิ่นอับ และดูแลรักษาได้ง่าย
ที่นอนสปริง – ราคาย่อมเยากว่าที่นอนยางพารา มีความยืดหยุ่นและการคืนตัวดี เพราะสปริงที่อยู่ในที่นอนสามารถรองรับสรีระได้ดีกว่า เหมาะมากสำหรับคนที่ชอบนอนตะแคงหรือนอนดิ้น ทัง้นี้ต้องพิจารณาตัวสปริงด้วย เพราะมีคุณสมบัติแตกต่างกัน
ที่นอนฟองน้ำ – ราคาถูกกว่าที่นอนแบบอื่น และหาซื้อได้ง่าย แต่มีความยืดหยุ่นและการคืนตัวไม่ดีเท่าที่นอนยางพาราและที่นอนสปริง จึงไม่เหมาะสำหรับคนที่มีอาการปวดหลังเพราะ
ที่นอนใยมะพร้าว –เป็นที่นอนที่นำใยมะพร้าวมาอัดกันแน่นด้วยกาวขึ้นรูป ทำให้มีความแน่น แข็ง ไม่ยุบตัว เหมาะกับคนที่มักมีอาการปวดหลัง แต่หากเสื่อมสภาพแล้วต้องกำจัดทันที เพราะอาจมีฝุ่นผงจากกากมะพร้าว ซึ่งเป็น อันตรายต่อระบบทางเดินหายใจ

 

ความหนาและความหนักใครว่าไม่สำคัญ

การเลือกซื้อที่นอนควรนึกถึงความหนาของที่นอนด้วย เพราะหากเลือกแบบบางเกินไป อาจทำให้มีอาการปวดหลัง และควรหลีกเลี่ยงแบบที่มีความหนาหรือมีน้ำหนักมาก เพราะทำให้เกิดความไม่สะดวกในการเปลี่ยนผ้าปูที่นอน

สิ่งที่อาจตามมาหากเลือกที่นอนไม่ได้คุณภาพ เกิดอาการปวดหลังหรือลำตัวทันทีเมื่อตื่นนอน นอนกระสับกระส่ายทั้งคืน ทำให้พักผ่อนไม่เพียงพอ ไม่สบายบ่อยเนื่องจากฝุ่นหรือไรที่สะสมอยู่ในที่นอน

7 วิธีเลือกที่นอนให้ลูกน้อยนอนหลับสบาย
เคล็ดลับการนอนหลับ / By admin
การนอนของลูกเป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะเมื่อนอนหลับสนิท ร่างกายจะได้พักผ่อน การเจริญเติบโตของร่างกายเป็นไปอย่างสมบูรณ์ พัฒนาการต่างๆ ก็เป็นไปตามวัย เมื่อการนอนสำคัญกับลูกน้อยแล้ว การเลือกที่นอนให้กับเด็กก็สำคัญไม่แพ้กัน วันนี้ Midas Bedding มีวิธีที่จะเลือกที่นอนให้ลูกน้อยนอนหลับสบาย ด้วยหลักการเลือก 7 ข้อ

ที่นอนไม่ยุบง่ายหรือนิ่มมากเกินไป
ควรเลือกที่นอนที่แน่นแต่ไม่แข็งมาก และไม่นุ่มมากเกินไป เพราะเวลาลูกนอนอาจจะต้องคว่ำหน้า หากเลือกที่นอนนิ่มเกินไปหน้าของลูกอาจจะจมไปกับที่นอนทำให้ขาดอากาศหายใจและทำให้เสียชีวิตได้

ไม่ควรใช้ที่นอนเก่าเกินไป
กระดูกเด็กเล็กยังไม่แข็งแรงมากนัก ควรเลือกที่นอนที่ดี ไม่เก่าจนเกินไป เพราะที่นอนเก่าจะมีรอยบุ๋ม หรือยุบตัวช่วงตรงกลาง กระดูกของลูกอาจจะพัฒนาได้ไม่เต็มที่ หรือกระดูกอาจจะผิดรูป ผิดโครงสร้างที่ควรจะเป็นได้

ดูน้ำหนักตัวลูก
น้ำหนักตัวที่ต่างกันมีผลต่อการเลือกที่นอน เพราะเด็กบางคนน้ำหนักตัวมาก หรือเป็นเด็กอ้วนควรเลือกที่นอนที่แข็งแรง สามารถรับน้ำหนักตัวได้ ถ้าลูกตัวเล็กก็เลือกแบบนุ่มได้นิดหน่อย

ควรเลือกที่นอนที่ทำความสะอาดได้ง่าย
ควรเลือกที่นอนที่ทำความสะอาดได้ง่าย ที่นอนที่มีปลอกหุ้มก็จะดีมาก เพราะเมื่อลูกปัสสาวะรดที่นอน คุณแม่ก็สามารถถอดออกมาทำความสะอาดได้อย่างสะดวกและง่าย

พาลูกไปเลือกที่นอนด้วย
พาลูกไปเลือกที่นอนด้วยได้ก็จะดี ให้ลูกได้ลองนอนดูว่า แข็งเกินไป หรือนุ่มเกินไปหรือไม่ เมื่อลูกลองนอนก็ลองเอามือสอดใต้ตัวลูกดู ถ้าสอดมือเข้าไปลำบากแสดงว่าที่นอนนิ่มเกินไปควรเลือกแบบพอดีกันไม่ให้ลูกนอนคว่ำแล้วหายใจไม่ออก

หลีกเลี่ยงร่องเตียง
เพราะร่องเตียงนั้นเสี่ยงต่อการที่ลูกกลิ้งตกลงไปได้ง่ายมาก ดังนั้นควรเลือกเตียงผืนเดียวกันมากกว่าเตียงที่นำมาต่อกันจนเกิดเป็นร่อง

เลือกเบาะบางๆ ที่มีความแข็งกำลังดี
ที่นอนที่ปลอดภัยของทารกไม่ใช่ฟูกหนาๆ แต่คือเบาะบางๆ ที่มีความแข็งกำลังดี ทารกน้อยที่นอนบนฟูกหนานอกจากเสี่ยงต่อการตกลงไปในช่องว่างระหว่างฟูก ยังเสี่ยงที่ใบหน้า จมูกของเด็กจะจมลงไปแล้วกดจมูกและปากเป็นเหตุให้ขาดอากาศหายใจ เสียชีวิตได้

เด็กอายุ 2 ขวบแรกควรจัดให้นอน

เตียงเด็กอย่างถูกวิธีได้อย่างไรบ้าง

เตียงเด็กต้องมีราวกันตกที่มีซี่ราวห่างกันไม่เกิน 6 ซม.
ราวกันตกจะต้องมีตัวยึดแน่น เด็กไม่สามารถเหนี่ยวให้เคลื่อนไหวได้เอง ไม่อ้า ไม่เผยอ จนเกิดช่องห่างจากเตียงจนลำตัวเด็ก ลอดออกไปจนหล่นจากที่นอนได้
เบาะที่นอนต้องพอดีกับเตียง และไม่มีช่องว่างระหว่างเบาะกับราวกันตก
มุมเสาทั้ง 4 มุมต้องเรียบ มีส่วนนูนได้ไม่เกิน 1.5 มม.
ผนังเตียงด้านศีรษะและเท้าต้องไม่มีการตัดตกแต่งให้เกิดร่องหรือรู
จากขอบบนของเบาะที่นอนถึงราวกันตกด้านบน ต้องมีความสูงไม่ต่ำกว่า 65 ซม.
เด็กอายุ 2 ปีหรือความสูงเกินกว่า 89 ซม.มีความเสี่ยงต่อการปีนราวกันตกและตกจากที่สูงได้ คุณพ่อและคุณแม่ต้องระวัง

 

เลือกที่นอนให้เหมาะกับวัย
หลักการเลือกที่นอนข้อแรก คือการเลือกให้เหมาะกับผู้ใช้งานเป็นหลัก เพราะคนเรามีพฤติกรรมการนอน และความชอบแตกต่างกัน อย่างเด็กๆ มักจะชอบที่นอนนุ่มๆ ซึ่งก็ไม่ควรให้นุ่มเกินไป เพราะอาจทำให้การจัดระเบียบร่างกายไม่ดีนัก ส่งผลต่อกระดูกสันหลังในระยะยาว ส่วนผู้ใหญ่นั้นมีปัจจัยเพิ่มเติมว่านอนเดี่ยวหรือนอนคู่ ถ้าคุณไม่ได้นอนคนเดียว ต้องจูงมือคู่ของคุณมาทดลองนอนพร้อมกันด้วย เพราะที่นอนสำหรับสองคนควรเป็นที่นอนแบบ Pocket Spring ที่ไม่มีแรงสั่นสะเทือนรบกวนคนข้างๆ เวลาพลิกตัว และควรต้องแชร์ความชอบเรื่องระดับความนุ่ม ความแน่น ในระดับที่พอใจกันทั้งคู่ด้วย จะได้หลับสบายกันทั้งสองคน แต่ถ้านอนคนเดียวก็สามารถเลือกที่นอนได้ตามใจชอบ สำคัญที่ต้องสามารถรองรับสรีระได้ดี ไม่ทำให้เกิดการปวดหลังหรือไม่สบายตัวตามมาครับ

ที่นอนผู้ใหญ่ต้องแน่นแต่ไม่นุ่ม
ไม่ว่าจะเป็นที่นอนเพื่อพ่อแม่ของเรา หรือเพื่อผู้สูงวัยในบ้าน การเลือกที่นอนต้องใส่ใจเป็นพิเศษ โดยเลือกที่นอนที่ค่อนข้างแน่น ไม่นุ่มเกินไป เพราะจะทำให้กระดูกสันหลังโค้งงอ ปวดหลังเวลานอน เวลาลุกนั่งก็ยากลำบาก แต่หากที่นอนแข็งเกินไปก็จะทำให้ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อได้ จึงควรเลือกที่มีความแน่นกำลังดี โดยคำนึงถึงเรื่องสรีระ รวมทั้งเรื่องความสูงของเตียงที่เมื่อรวมกับที่นอนแล้วต้องให้สูงพอดีกับความสูงของผู้นอน โดยวัดจากด้านข้างเตียงแล้วมีความสูงไม่เกิน 45 ซม. หรือวางขาแล้วตั้งฉากกับพื้นพอดี จะช่วยให้ลุกนั่งได้สะดวกไม่เกิดการมึนงงครับ

 

นุ่ม แน่น แข็ง แบบไหนเหมาะกับเรา?
ความนุ่มของที่นอนนั้นมีหลายระดับแตกต่างตามลักษณะสปริงและวัสดุภายใน ลองมาดูว่าสรีระและความชอบแบบเราเหมาะกับที่นอนแบบใดกันครับ…

ชอบนอนแข็งและปวดหลังบ่อย คุณเหมาะกับที่นอนยางพารา เพราะเป็นที่นอนที่มีความยืดหยุ่นสูง นุ่มพอสมควร อายุการใช้งานยาวนาน สามารถระบายความร้อนได้ดี ให้ความสบายเวลานอน และยังเหมาะสำหรับคนที่มีน้ำหนักตัวค่อนข้างมากด้วยครับ

เลือกที่นอนให้เหมาะกับตัวเอง
ที่นอนที่ดี ควรทำให้หลับได้อย่างสบายใจ
ชอบนอนนุ่มๆ ให้ที่นอนดูดวิญญาณ คุณเหมาะกับที่นอนสปริง เพราะมีความยืดหยุ่นและคืนตัวได้ดี มีการเพิ่มความนุ่มสบายด้วยชั้นวัสดุรองรับแบบต่างๆ เช่น Memory Foam, ยางพารา , ฟองน้ำ , ใยฝ้ายอัดแน่น ฯลฯ เหนือชั้นสปริงด้านล่างมีทั้งสปริงแบบ Pocket Spring ที่แยกตัวเป็นอิสระ ไม่มีแรงสะเทือนรบกวนคนนอนข้างๆ ในกรณีเป็นที่นอนคู่ และสปริงแบบ Bonnel Spring ซึ่งเป็นสปริงแบบเหลี่ยมที่รองรับน้ำหนักได้ดี ที่นอนแบบนี้จะเหมาะกับคนที่มีน้ำหนักตัวปานกลางหรือน้ำหนักตัวน้อย และชอบที่นอนนุ่มๆ ครับ

ชอบนอนนุ่มแต่แน่น คุณเหมาะกับที่นอนยางสังเคราะห์ หรือโฟมสังเคราะห์อัดแน่น เพราะมีทั้งความนุ่มและแน่น ยืดหยุ่นรองรับสรีระ เหมาะกับคนที่มีอาการปวดหลัง มีน้ำหนักตัวปานกลางหรือน้ำหนักตัวน้อย และชอบความนุ่มแบบแน่นๆ ครับ

เลือกที่นอนให้เหมาะกับตัวเอง
ลักษณะที่นอนรูปแบบต่างๆ
เลือกที่นอนให้เหมาะกับตัวเอง
ลักษณะที่นอนรูปแบบต่างๆ
นุ่มขึ้นอีกด้วยท็อปเปอร์

ที่นอนที่หนาและสูง ไม่ได้หมายความว่าจะให้ความสบายที่เหมาะกับสรีระของเรา ความสูงของที่นอนทั่วไปจะอยู่ที่ขนาด 6” , 8” , 12” และ 14” ความต่างของความสูงนั่นคือการเพิ่มท็อปเปอร์เสริมความพิเศษต่างๆ ให้เกิดความนุ่ม ซึ่งมีการใช้วัสดุหลากหลายในการเพิ่มความนุ่มนี้ เช่น การใช้ Memory Foam , Latex , ฟองน้ำ , ใยฝ้ายอัดแน่น ฯลฯ ซึ่งแต่ละความนุ่มก็มีราคาที่แตกต่างกันไปครับ

เคล็ดลับดูแลที่นอน ยืดอายุการใช้งาน

กลับที่นอนหัว-ท้าย ทุกๆ 3 เดือน สำหรับที่นอนที่สามารถนอนได้ด้านเดียว และกลับหัว-ท้าย รวมทั้งพลิกด้านหน้า-หลังทุกๆ 3 เดือนเช่นกัน สำหรับที่นอนที่ออกแบบเพื่อนอนได้ 2 ด้าน เพื่อให้ที่นอนได้คืนตัวกลับมาแน่นอีกครั้ง

ระบายอากาศภายในที่นอนด้วยการเปิดหน้าต่างห้องนอนให้ลมโกรก หรือให้แสงแดดส่องเข้ามาถึง เพื่อฆ่าเชื้อแบคทีเรียไปในตัว
ไม่รีดผ้าบนที่นอนเด็ดขาด หรือวางของร้อนๆ บนที่นอนเด็ดขาด เพราะความร้อนจะทำให้วัสดุต่างๆ ภายในชั้นที่นอนเสื่อมคุณภาพและเสียหายได้
อย่าให้ที่นอนเปียกน้ำ เพราะความชื้นจะยิ่งทำให้วัสดุภายในเสียหายและเสื่อมคุณภาพเร็วขึ้น
ควรปูผ้ารองกันเปื้อนที่เคลือบสารป้องกันไรฝุ่นแบบถอดซักได้ก่อนปูทับด้วยผ้าปูที่นอน เพื่อช่วยถนอมที่นอนและป้องกันคราบเหงื่อไคลต่างๆ
ไม่ควรยืนหรือกระโดดบนที่นอน เพราะอาจทำให้สปริงเกิดการเสียหายได้
หากต้องขนย้ายที่นอน ไม่ควรหักหรืองอที่นอนระหว่างเคลื่อนย้าย เพื่อไม่ได้ที่นอนเสียทรง
กำจัดไรฝุ่นป้องกันภูมิแพ้

อย่าละเลยเรื่องการทำความสะอาดที่นอน เพราะส่วนประกอบความนุ่มภายในที่นอน ทั้งฟองน้ำ, ใยฝ้ายอัดแน่น รวมถึงขนสัตว์ต่างๆ เมื่อใช้ไปนานๆ แล้ว หากไม่ใส่ใจดูแลก็อาจกลายเป็นแหล่งอาหารชั้นดีของตัวไรฝุ่น ซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดภูมิแพ้ได้ เพราะที่นอนเป็นสิ่งที่เราสัมผัสอย่างใกล้ชิดวันละกว่า 7-8 ชม. ดังนั้น สำหรับคนที่เป็นภูมิแพ้หรือมีความเสี่ยงก็ต้องใส่ใจเรื่องการทำความสะอาดที่นอนเป็นพิเศษด้วยการดูดฝุ่นพลังสูงเฉพาะสำหรับที่นอน เพื่อทำลายแหล่งอาหาร ฆ่าเชื้อโรคภายในที่นอนเป็นประจำทุก 3 เดือน รวมถึงเลือกใช้ที่นอนที่มีการเคลือบสารป้องกันไรฝุ่นและผ้ารองกันเปื้อนที่เคลือบสารป้องกันไรฝุ่นด้วย เพื่อกันไม่ให้ไรฝุ่นต่างๆ มาโดนตัวเราโดยตรง ช่วยลดการเกิดภูมิแพ้ได้

 

สถาปนิก 






Related News

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *