Main Menu

10 ข้อดีที่ควรรู้ ก่อนซื้อบ้านสำเร็จรูป บ้านน็อคดาวน์ ในราคาย่อมเยา

 10 ข้อดีที่ควรรู้ ก่อนซื้อบ้านสำเร็จรูป บ้านน็อคดาวน์ ในราคาย่อมเยา

“ บ้านน็อคดาวน์ ” หรือ บ้านสำเร็จรูป สวยงาม ตั้งเรียงราย ในสไตล์ต่าง ๆ มีทั้งแบบโมเดิร์น เรือนไทย หรือแนวรีสอร์ท ให้สามารถเลือกซื้อในราคาย่อมเยา แล้วนำไปตั้งบนแปลงที่ดินของตนเองได้

โดยกระบวนการสร้างบ้านลักษณะนี้ จะไม่มีเสาหรือคานในการรับน้ำหนัก แต่เลือกใช้ผนังเป็นตัวยึดโครงสร้างแทน ทำให้สามารถถอดชิ้นส่วนต่าง ๆ ออกได้ เมื่อต้องถูกเคลื่อนย้าย ซึ่งรูปแบบบ้านลักษณะนี้กำลังเป็นที่นิยมในประเทศญี่ปุ่น และทางฝั่งยุโรปอย่างมาก

ส่วนใหญ่แล้ว “บ้านน็อคดาวน์” จะเป็นประเทศที่อยู่ในจุดเสี่ยงของการเกิดแผ่นดินไหวบ่อย ๆ อาจเป็นเพราะใช้เวลาก่อสร้างเร็ว ราคาถูก ความแข็งแรงทัดเทียมกับบ้านอันถูกสร้างขึ้นด้วยก่ออิฐ ฉาบปูน และด้วยข้อดีเหล่านี้เอง จึงทำให้เมืองไทยบ้านเรา เริ่มได้รับกระแสความนิยมบ้านน็อคดาวน์เช่นกัน

แนะนำว่าก่อนที่จะตัดสินใจซื้อ มาปักหลักบนแปลงที่ดินตนเองนั้น ควรศึกษา 10 เรื่องน่ารู้ของบ้านรูปแบบนี้เสียก่อน จะได้เข้าใจถึงการเตรียมพร้อม และดูแลรักษาบ้านน้อยหลังงามนี้ให้แข็งแรงทนทานไปอีกนาน

รวมแบบบ้านสวย แบบบ้านสไตล์ไหนใช่สำหรับคุณ

 

1. ใช้ระยะเวลาสร้างเพียงน้อยนิด
สืบเนื่องจากรูปแบบการสร้างบ้านน็อคดาวน์ หรือบ้านสำเร็จรูปที่หลายคนรู้จักนั้น จะไม่มีการลงเสาหรือคานแต่อย่างใด เป็นเพียงนำผนังเป็นตัวยึดโครงการ พร้อมประกอบให้เป็นบ้านในแบบที่ต้องการ ดังนั้นจึงทำให้ช่วยประหยัดเวลาก่อสร้าง ส่วนใหญ่แล้วจะใช้เวลาเฉลี่ยประมาณ 2 สัปดาห์ แล้วเสร็จสามารถเข้าไปอยู่ได้เลย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นขึ้นอยู่กับรูปแบบของบ้านด้วย

 

2. งบประมาณค่าใช้จ่าย
สำหรับคนที่มีงบประมาณจำกัดในการสร้างบ้าน หากมีที่ดินเป็นของตนเองอยู่แล้ว บ้านน็อคดาวน์จึงกลายเป็นทางเลือกหนึ่งที่ช่วยประหยัดค่าใช้ง่ายได้ดี ปกติราคาของบ้านสำเร็จรูปทั่วไปจะมีราคาตั้งแต่ 100,000-500,0000 บาทขึ้นไป แต่จะว่าไปหลักหมื่นปลาย ๆ ก็มี ทั้งนี้ขึ้นอยู่ขนาดและรูปแบบของบ้านเป็นหลัก

 

3. รูปแบบบ้านหลากหลาย
ปัจจุบันด้วยระดับความนิยมบ้านน็อคดาวน์หรือบ้านสำเร็จรูป ที่หลายคนคุ้นเคยนั้นมีมากขึ้น จึงทำให้มีหลายบริษัท ทั้งระดับเล็กไปจนถึงใหญ่ ต่างแข่งขันออกรูปแบบบ้านใหม่ เพื่อสร้างความน่าสนใจ และเป็นทางเลือกสุดวิเศษให้กับผู้ที่อยากมีบ้านน้อยหลังงามเป็นของตนเอง แต่มีข้อจำกัดเรื่องงบประมาณการก่อสร้าง ทุกวันนี้รูปแบบบ้านดังกล่าว เรียกว่ามีหลากหลายมาก ทั้งสไตล์โมเดิร์น Loft เรือนไทย หรือสไตล์บ้านพักตากอากาศรีสอร์ท มีทั้งแบบบ้านชั้นเดียวและ 2 ชั้น

5 แบบบ้าน ถูกหลักฮวงจุ้ย อยู่แล้วรวยทั้งครอบครัว

 

4. วัสดุส่วนใหญ่ของบ้านน็อคดาวน์
โดยปกติแล้ววัสดุที่ใช้ในการสร้างบ้านน็อคดาวน์ จะใช้เหล็กเป็นโครงสร้างหลัก ส่วนผนังสำเร็จรูปจะเลือกใข้วัสดุที่มีน้ำหนักเบา ทนความร้อน และแข็งแรง อย่างที่หลายคนคุ้นเคยกับ Sandwich Panel หรือการนำแผ่นเหล็กเคลืบผิวอย่างดี พร้อมกรุด้วยโฟมที่มีคุณสมบัติไม่ติดไฟง่าย มาทำผนัง จึงทำให้มีน้ำหนักเบา สะดวกต่อการเคลื่อนย้าย ซึ่งทั่วไปแล้ว ผู้ซื้อบ้านน็อคดาวน์ จะไม่สามารถขอเปลี่ยนวัสดุก่อสร้างได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับทางบริษัทผู้สร้างเป็นคนกำหนด

 

บ้านน็อคดาวน์มีทั้งแบบชั้นเดียว และ 2 ชั้น

 

5. ระบบสาธารณูปโภคควรรู้
กระบวนการก่อสร้างบ้านน็อคดาวน์ตามปกติแล้ว จะเริ่มต้นจากกำหนดตำแหน่งที่จะยกบ้านน็อคดาวน์มาวาง แล้วทำการเทปูนทำฐานราก หลังจากนั้นช่างจะประกอบผนังให้เป็นรูปร่างที่ดีไซน์ไว้ แล้วทำการวางระบบ ติดตั้งสาธารณูปโภคต่าง ๆ อาทิ น้ำ ไฟ ที่จำเป็นต้องใช้ในบ้าน รวมถึงสุขภัณฑ์ที่ใช้ในห้องน้ำ เรียกว่าสร้างเสร็จ พร้อมอยู่ได้เลย

 

6. หากคิดอยากจะต่อเติม
หากใครอยากคิดต่อเติมบ้านน็อคดาวน์เพิ่มเติม อาจจะต้องล้มเลิกความคิดไปเลย เนื่องจากโครงสร้างทั้งหมดของบ้านถูกจัดสรรขึ้น เพื่อรองรับความสำเร็จรูปทั้งหมด ดังนั้นจึงไม่สามารถต่อเติมเพิมเติมใด ๆ ได้อีก หากดื้อดึงทำไป อาจจะส่งผลให้ตัวบ้านพัง ได้รับอันตรายได้

 

7. ขนย้าย สะดวก ง่าย เร็ว
ด้วยวัสดุการก่อสร้างที่มีคุณสมบัติเบา กะทัดรัด จึงทำให้สามารถเคลื่อนย้าย ยกตัวบ้าน ได้สะดวก แต่สำหรับบ้านน็อคดาวน์ 2 ชั้น อาจจะต้องใช้เทคนิคในการเคลื่อนย้ายเล็กน้อย

ย้ายบ้านอย่างไรให้ง่ายและประหยัด

 

8. ความแข็งแรง ทนทาน
แม้การสร้างบ้านน็อคดาวน์ ไม่ได้ตอกเสาปูน หรือฝังเข็มเหมือนอย่างบ้านทั่วไป แต่โครงสร้างเหล็กนั้นถือว่าสร้างความแข็งแรง ทนทานได้ในระดับหนึ่ง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นขึ้นอยู่กับการเตรียมตัวที่ดินที่จะนำบ้านน็อคดาวน์ไปวางด้วย โดยจำเป็นต้องถามที่ให้แน่นระดับหนึ่ง เพื่อป้องกันตัวบ้านร้าว

 

9. การดูแลรักษา
บ้านน็อคดาวน์ เป็นรูปแบบบ้านสำเร็จรูป ที่ไม่เหมาะจะเป็นที่อยู่อาศัยระยะยาว เนื่องจากวัสดุที่ใช้มีอายุการใช้งาน ดังนั้นการดูแลรักษาอาจจะมากเป็นพิเศษกว่าบ้านปกติ โดยควรเลือกเฟอร์นิเจอร์ที่มีน้ำหนักไม่มาก และหมั่นทำความสะอาด เพื่อไม่ให้สัตว์ไม่พึงประสงค์ อย่าง งู หรือ หนู เข้ามาอยู่อาศัย

 

10. วันหมดอายุบ้านน็อคดาวน์
ด้วยปัจจัยหลายประการทั้งวัสดุ ขนาดของบ้าน และอื่นๆ จึงทำให้ส่วนใหญ่นิยมนำบ้านน็อคดาวน์ หรือบ้านสำเร็จรูปมาสร้างเป็นห้องแถวหรือรีสอร์ท แต่ด้วยยุคสมัยที่เปลี่ยนไป ผนวกกับเกิดนวัตกรรมการสร้างบ้านแบบใหม่ จึงทำให้ช่วยต่ออายุของบ้านน็อคดาวน์ออกไปได้อีก 50 ปี เลยทีเดียว

บ้านน็อคดาวน์หรือบ้านสำเร็จรูป ดูเหมือนจะเป็นทางใหม่สำหรับผู้มีข้อจำกัดด้านงบประมาณ หรือมีที่ดินเป็นของตนเองอยู่แล้วแต่อยากได้บ้านหลังที่สองเพิ่มเติม แต่ดูเหมือนว่าอาจจะไม่ค่อยเหมาะกับผู้ที่จะนำรูปแบบบ้านดังกล่าวมาเป็นบ้านหลังแรก เนื่องจากค่อนข้างมีข้อจำกัดหลายประการ ดังนั้นการเลือกซื้อบ้านใหม่ ที่ยึดความสะดวกของผู้อยู่อาศัย น่าจะเหมาะสมมากกว่า

บ้านน็อกดาวน์ คืออะไร
บ้านน็อกดาวน์ (Knock Down Home) คือกลุ่มย่อยของบ้านสำเร็จรูป (Finished Home) เป็นที่อยู่อาศัยที่ใช้พื้นที่ใช้งานเป็นออฟฟิศ, ร้านค้า จนกระทั่งเป็นที่อยู่อาศัยได้ แต่ไม่สามารถใช้เป็นที่อยู่อาศัยถาวรได้ เนื่องจากวัสดุที่ใช้มีอายุราว 10-15 ปี

ความแตกต่างระหว่าง บ้านน็อกดาวน์ กับบ้านสำเร็จรูป หรือบ้านก่ออิฐ

1. บ้านน็อกดาวน์ไม่มีคาน ใช้ผนังเป็นตัวรับน้ำหนัก
2. ขั้นตอนประกอบบ้านน็อกดาวน์ ไม่มีเศษขยะ และฝุ่นละออง เท่ากับการสร้างบ้านจากอิฐ ปูน เพราะถูกตัดชิ้นส่วนมาพร้อมประกอบแล้ว
3. อายุการใช้งานของบ้านน็อกดาวน์ขึ้นอยู่กับวัสดุที่นำมาใช้ประกอบ

หลังคาบ้านน็อกดาวน์

มักนิยมใช้หลังคาเมทัลชีท หรือกระเบื้องที่มีน้ำหนักเบา จึงเป็นข้อแตกต่างที่ชัดเจน และไม่ควรติดตั้งอุปกรณ์หนักๆ ไว้บนหลังคา เพราะเสี่ยงทรุด

ผนังบ้านน็อกดาวน์

นอกจากไม้แล้ว ยังนิยมใช้กลุ่มผนังเบา อย่างซีเมนต์บอร์ด หรือผนังสำเร็จรูปที่ทำมาจากไฟเบอร์ซีเมนต์ ผสมด้วยเส้นใยเซลลูโลส และแต่งเติมด้วยวัสดุอื่นๆ เพื่อให้ผนังทนความร้อนและแสงแดด

เสาบ้านน็อกดาวน์

เสาบ้านน็อกดาวน์มักทำด้วยเหล็ก เช่น เหล็ก H Beam ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่สุดของโครงสร้าง และแม้ว่าเหล็กจะเคลือบด้วยสารกันสนิมแล้ว ต้องคอยตรวจสอบการผุกร่อนตามอายุการใช้งาน

พื้นบ้านน็อกดาวน์

การปูพื้นบ้านน็อกดาวน์นั้นวางซีเมนต์บอร์ด เพื่อปูพื้นลามิเนต พื้นกระเบื้อง หรือปูกระเบื้องเซรามิกเพิ่มเติมได้เหมือนกับพื้นบ้านทั่วไป ข้อควรระวังก็คือ ควรเลือกวัสดุที่ทนความชื้น ป้องกันเชื้อราจากพื้นดิน และมีน้ำหนักที่พอเหมาะ

การเลือกเฟอร์นิเจอร์ใช้กับบ้านน็อกดาวน์

หากคุณตัดสินใจซื้อบ้านน็อกดาวน์สักหลังเพื่อสร้างออฟฟิศ ร้านค้า หรือไว้อยู่อาศัย ก็อย่าลืมคำนึงถึงเรื่องน้ำหนักของบ้านน็อกดาวน์ เมื่อเลือกซื้อเฟอร์นิเจอร์ เราสามารถบิวต์อิน (Built-In) ได้ แต่ส่วนประกอบทั้งหมดต้องไม่ทำให้บ้านหนักเกินไป โดยปรึกษากับผู้จำหน่ายให้ชัดเจน ขอคำปรึกษาหลังการขายว่าเราสามารถต่อเติมได้มากน้อยแค่ไหน

บ้านสำเร็จรูป คืออะไร

เมื่อพูดถึงบ้านน็อกดาวน์ไปแล้ว จะไม่พูดถึงบ้านสำเร็จรูปก็ไม่ได้ เพราะทั้งสองแบบนี้มีความคล้ายคลึงกัน ต่างกันตรงอายุการใช้งานที่เกริ่นให้ทราบไปแล้วว่า บ้านสำเร็จรูป มีอายุการใช้งานที่มากกว่า เนื่องจาก

ผนังสำเร็จรูปในโครงสร้างหลักไม่ได้ใช้ซีเมนต์บอร์ด แต่เป็นแผ่นคอนกรีตสำเร็จรูป ซึ่งจะมีขนาดใหญ่ และต้องใช้การประกอบที่มากกว่าการสร้างบ้านน็อกดาวน์ โดยเฉพาะขั้นตอนการผสานคอนกรีต และการตกแต่งภายใน
ดังนั้นระยะเวลาการประกอบบ้านสำเร็จรูปจึงมากกว่าบ้านน็อกดาวน์ อย่างน้อยก็ 2-3 เดือนจึงจะเห็นโครงสร้างทั้งหลัง
บ้านสำเร็จรูปสามารถตกแต่งบิวต์อิน (Built-in) ได้โดยไม่ติดข้อจำกัดเรื่องน้ำหนักเหมือนบ้านน็อกดาวน์ แต่ก็ต้องระวังเรื่องการเจาะผนัง
การติดตั้งหลังคาและระบบทำความร้อนกับบ้านสำเร็จรูปทำได้เต็มรูปแบบ
เจ้าของบ้านเลือกปูพื้นบ้านสำเร็จรูปได้ตามความชอบ หากอยากปูกระเบื้องหินอ่อน กระเบื้องแกรนิต เพื่อเพิ่มความสวยงามก็ทำได้

แต่สิ่งที่เหมือนกันของการสร้างบ้านน็อกดาวน์และบ้านสำเร็จรูปคือ เจ้าของบ้านไม่ควรต่อเติมด้วยตัวเอง ควรวางแผนการก่อสร้างมาตั้งแต่แรก หรือหากจำเป็นต้องต่อเติมต้องให้ผู้เชี่ยวชาญมาช่วยดู เพราะเรื่องโครงสร้างน้ำหนักของบ้านสำเร็จรูปทั้งสองแบบเป็นสิ่งที่ควรระวัง ไม่เช่นนั้นแล้วจะตามมาด้วยปัญหา ร้าว ทรุด ไปจนถึงบ้านล้ม

ซื้อบ้านน็อกดาวน์ ดีไหม พิจารณาด้วย 5 เหตุผลนี้
หากคุณต้องการซื้อบ้านน็อกดาวน์เพื่ออยู่อาศัยเป็นบ้าน ไม่ได้รวมเหตุผลที่ว่าจะซื้อมาทำเป็นร้านค้า หรือออฟฟิศชั่วคราว ควรพิจารณา 5 ข้อ ต่อไปนี้

1. ใช้งานอะไร

หากคุณต้องการซื้อบ้านน็อกดาวน์เพื่อเป็นบ้านพักอาศัย หรือทำโฮมสเตย์ ต้องนำราคาบ้านมาคำนวณกับระยะเวลาที่คาดว่าจะได้ใช้ประโยชน์ เพราะไม่ว่าจะเป็นบ้านแบบใดก็ตาม เริ่มใช้งานไปสักพักก็จะต้องจ่ายซ่อมบำรุง อาทิ หน้าต่างรั่ว น้ำฝนซึม เป็นต้น

2. ผู้ใช้งาน

จำนวนผู้ใช้งานจะเป็นตัวตัดสินใจซื้อบ้านน็อกดาวน์ที่ดีอย่างหนึ่ง หากมีผู้อยู่อาศัยหลายคน ก็จะคำนึงถึงความเสื่อมของตัวบ้านได้

3. ติดตั้งที่ใด

หากตัวบ้านน็อกดาวน์ติดตั้งใกล้กับต้นไม้หรือดินที่มีความชื้น ก็มีโอกาสเกิดปัญหาเชื้อราตามผนังหรือพื้น รวมถึงหากเคยเป็นพื้นที่น้ำท่วมบ่อย ก็จะมีผลต่อโครงสร้างที่เป็นเหล็ก เพราะฉะนั้นผู้ซื้อควรคำนึงถึงรายละเอียดให้มาก

4. วัสดุโครงสร้างบ้านน็อกดาวน์

วัสดุเป็นตัวกำหนดราคาของ บ้านน็อกดาวน์ ถ้าเราทราบถึงยี่ห้อวัสดุแต่ละส่วนได้ก็ก่อนก็จะทำให้ตัดสินใจได้ง่าย ส่วนใหญ่แล้วผู้ขายจะต้องชี้แจงมาในใบเสนอราคา เพื่อให้ผู้ซื้อเปรียบเทียบรายละเอียด

5. งบประมาณในการมีบ้าน

ราคาบ้านน็อกดาวน์ เริ่มต้น 50,000 – 90,000 บาท บางเจ้าให้แอร์ กับเดินระบบไฟฟ้าให้วิธีการคิดง่ายๆ ว่าจะซื้อ บ้านน็อกดาวน์ หรือจะสร้างบ้านเองดี ก็ให้นำราคามาคำนวณกับพื้นที่ใช้สอยที่จะได้ รวมถึงอายุการใช้งาน

ว่าที่เจ้าของบ้านน็อกดาวน์หลังใหม่ก็อย่าลืมศึกษารายละเอียดและควบคุมงานก่อสร้าง เพื่อ ความคุ้มค่า ที่จ่ายไป จะได้ไม่เสียใจภายหลัง.

 

สถาปนิก






Related News

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *